ามู่หรงเฉียนเยี่ยพาโอรสศักดิ์สิทธิ์ไปกินอาหารกินเนื้อเช่นนี้ เขาก็โกรธเกรี้ยวจนหน้าดำยิ่งกว่าก้นหม้อแล้ว
“มู่หรงเฉียนเยี่ย เจ้าเด็กบัดซบ! ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องวุ่นวายไปถึงไหน”
หากท่านหัวหน้าแคว้นเทพฟ้านอินรู้เข้าว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาถูกลากพาไปให้กินเนื้อเช่นนี้ คาดว่าคงต้องโกรธแค้นมากเป็นแน่
มู่เฉียนซีกล่าว “เถ้าแก่ เก็บเงิน!”
เมื่อเถ้าแก่เห็นคุณชายสองท่านนี้กินอาหารบนโต๊ะจนหมดเกลี้ยงก็ตกตะลึงขึ้น
เถ้าแก่กล่าว “ทั้งหมดหนึ่งพันหยกวิญญาณขอรับ”
ราคาสูงลิ่วเพียงนี้ หากเป็นคนอื่นต้องตกใจจนเป็นลมไปเป็นแน่
แพง แพงหูฉี่ แพงจนเทียบกับราคายาลูกกลอนได้เลย
ทว่า เถ้าแก่ก็หมดหนทาง ถึงมันจะแพงมากจริง ๆ แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะเนื้อทั้งหลายนี้ล้วนแต่เป็นสัตว์วิญญาณที่หายากทั้งสิ้น ไม่ใช่สัตว์ธรรมดา ๆ ทั่วไป
มู่เฉียนซีกล่าว “อินรั่วเฉิน มัวแต่นิ่งอึ้งอยู่ทำไมกันเล่า ยังไม่รีบจ่ายอีก”
นางไม่เรียกเขาว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินเสียแล้ว
เถ้าแก่ก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกัน เห็น ๆ กันอยู่ว่าเขาเป็นคนพามา อาหารเขาก็เป็นคนสั่ง แต่เหตุใดคนจ่ายกลับไปชายผู้อ่อนโยนผู้นั้นไปได้ล่ะ
หรือว่าคุณชายผู้นี้จะชอบกลั่นแกล้งคนที่ซื่อสัตย์!
อินรั่วเฉินมองไปที่มู่เฉียนซีด้วยสายตาอ่อนโยน
และดูเหมือนว่ามู่เฉียนซีจะไม่รู้สึกอะไร นางกล่าว “มองอะไรล่ะ ถึงแม้ข้าจะบอกว่าข้าจะเลี้ยงเจ้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะเป็นคนจ่ายนะ!