มล้อมจ้องมองราวกับเป็นสัตว์หายากเช่นนี้ ใจเจ้าก็เลยแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้ สีหน้าก็เหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย”
“สัตว์หายากเป็นสัตว์วิญญาณชนิดใดกัน?” น้ำเสียงอันไพเราะของอินรั่วเฉินดังก้องในหูของมู่เฉียนซี
“นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ!”
“น้อยมากที่ข้าจะออกจากอาราม ดังนั้นเรื่องที่ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยกล่าวนั้น ข้าไม่ค่อยจะเข้าใจนัก”
“เจ้าไม่มีความรู้สึกไม่พอใจหรือไม่สุขใจบ้างเลยเหรอ!”
“ความสุขของผู้คน ข้าจะไม่พอใจได้อย่างไรกันล่ะ ต้องขอบคุณถึงจะถูก”
มู่เฉียนซีกล่าว “อืม! ที่เจ้าพูดมามันก็มีเหตุผล พาเจ้ามาถูกคนรุมล้อมนานแล้ว เช่นนั้นข้าพาเจ้าไปหาของอร่อย ๆ กินดีกว่า”
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีจึงพาอินรั่วเฉินไปที่หอสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเป่ยหาน ทันทีที่เข้าไปเถ้าแก่ก็ออกมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว
อย่างไรเสีย สองคนนี้ก็ทำให้เกิดความครึกครื้นมากถึงเพียงนี้ เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
“ทั้งสองท่าน เชิญด้านในขอรับ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เตรียมห้องพิเศษห้องใหญ่ที่สุดให้ข้าห้องหนึ่ง อย่าบอกข้าว่าไม่มีนะ หากเจ้าบอกว่าไม่มี หอสุรานี้ของเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเปิดขายแล้ว”
ชายหนุ่มกำเริบเสิบสานเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เถ้าแก่ไม่มีห้องก็ต้องมีให้ได้!
“มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านบนเลยขอรับ รับรองว่าคุณชายทั้งสองต้องถูกใจแน่นอน”
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีก็พาอินรั่วเฉินขึ้นไปด้านบน
ต่อมา มู่เฉียนซีก็เริ่มสั่งอาหาร นางกล่าว “เอาอาหารที