างน่าสงสารมากแต่ก็ดูเจ้าเล่ห์และขี้เล่นมากกว่า
“อาตมาเป็นพุทธมามกะ”
“พระภิกษุ นี่เจ้าไม่เคยได้ยินคำนี้เหรอ ธรรมะอยู่ในใจ ดื่มเหล้ากินเนื้อก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เรามีธรรมะอยู่ในใจ กินสิ่งใดมันก็เป็นเพียงแค่รูปธรรมเท่านั้น ไม่มีปัญหา ในเมื่อท่านเลือกที่จะศึกษาทางโลก ฝึกฝนประสบการณ์แล้ว ท่านก็ต้องสัมผัสเรื่องพวกนี้กับตัวเองสิถึงจะถูก”
ดวงตาที่สงบของอินรั่วเฉินเคลื่อนไหวเล็กน้อย คำกล่าวประโยคนั้นที่มู่เฉียนซีกล่าวมา เหตุใดเขาถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
“กินเถอะ กิน ๆ ๆ! ไม่ต้องเกรงใจ!” เนื้อในจานตรงหน้าอินรั่วเฉินพูนขึ้นมาจนแทบจะกลายเป็นภูเขาเล็ก ๆ แล้ว
นางสืบข่าวมาแล้ว และรู้ว่าแคว้นเทพฟ้านอินไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายถึงเพียงนั้น แต่นางรู้มาว่าท่านโอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้เข้มงวดกับตัวเองมากเป็นพิเศษก็เท่านั้น
ตอนนี้นางก็แค่อยากจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขายืนหยัดตั้งมั่นมานาน นงอยากดูว่าเขาจะเสแสร้งไปได้ถึงไหน
มู่เฉียนซีเองก็หิวแล้ว นางจึงเริ่มกินอย่างรวดเร็วและท่าทางการกินของนางนั้นไม่มีความสง่างามเลยแม้แต่น้อย
อินรั่วเฉินมองดูชายหนุ่มตรงหน้า และกล่าวว่า “ที่ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยกล่าวมาก็มีเหตุผล อาตมาไม่ควรจะเคร่งครัดกับสิ่งภายนอกมากเกินไป”
.
.