งภูตระดับเจ็ด แต่กลับต่อสู้ได้เสมอกันกับเสี่ยวไป๋
มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางกล่าว “ไม่ทราบว่าโอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินมีคนที่ชอบหรือไม่?”
“ไม่มี!”
“ไม่มีเหรอ! แล้วท่านชอบผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ?”
“พระธรรมสอนให้ฝึกจิต อาตมายังไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้”
ไม่ว่ามู่เฉียนซีจะถามคำถามที่เจ้าเล่ห์เพียงใด อินรั่วเฉินก็ยังคงรักษาท่าทางอันนิ่งสงบนั้นเอาไว้ได้
พลังของเขาต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน!
มู่เฉียนซีเอนหลิงพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้านแล้วค่อย ๆ หลับตาลง ถามไปมากมายถึงเพียงนี้แล้วแต่ก็ยังไร้ประโยชน์อยู่ดี
นางกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เฮ้อ พูดคุยกับภิกษุอย่างเจ้ามันช่างไม่สนุกเอาซะเลยจริง ๆ”
มู่เฉียนซีกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้ว
ผ่านไปชั่วครู่ เถ้าแก่ก็สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ในร้านยกอาหารขึ้นมาให้พวกเขา
ห้องพิเศษนี้กว้างใหญ่ และมีที่ว่างมากมาย แต่เมื่อยกอาหารมาวางแล้วกลับเยอะจนเต็มโต๊ะไปหมด
มู่เฉียนซีกล่าว “พระภิกษุ เริ่มฉันกันเถอะ! ดูท่าแล้วรสชาติไม่เลวเลย”
อินรั่วเฉินยกชารินใส่จอกพลางกล่าวว่า “อาตมาดื่มชาก็เพียงพอแล้ว”
“จะได้ยังไงกันเล่า! นี่ข้าพาเจ้าออกมาแต่กลับทำให้เจ้าหิว ทำเช่นนี้ ข้าก็เสียความตั้งใจหมดน่ะสิ”
กล่าวจบ มู่เฉียนซีก็เริ่มคีบเนื้อใส่จานตรงหน้าอินรั่วเฉิน
นางกล่าวอย่างน่าสงสารว่า “โอรสศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะทนเห็นข้าเสียใจได้อย่างนั้นเหรอ!”
ดวงตาคู่นั้นของคนตรงหน้าราวกับหยดน้ำที่ใสสะอาด ดูท่าท