จู่ ๆ อาถิงก็หายไปและไปปรากฎตัวตรงหน้าพวกเขา กู้ไป๋อีรู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามาใกล้
ไม่นานนักเขาก็พบว่าชายหนุ่มชุดเขียวผู้ดุจดั่งทวยเทพผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของผู้อาวุโสสามแห่งตำหนักตงจี๋ และตบร่างผู้อาวุโสสามเบา ๆ!
“หยุดเวลา!”
การหยุดเวลาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่หยุดเวลาของทุกคนไว้ แต่ยังหยุดการเต้นหัวใจของผู้อาวุโสสามอีกด้วย
ผู้อาวุโสสามไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางการเจ็บปวดใด ๆ ด้วยซ้ำ ก็ก้าวเข้าสู่ความตายไปโดยไม่รู้ตัว!
ตุบ!
ยอดฝีมือระดับสูงสุดของตำหนักตงจี๋ผู้นี้ถูกอาถิงจับโยนกระแทกพื้นดินราวกับเป็นขยะก็มิปาน
ดวงตาอันสดใสบริสุทธิ์คู่นั้นเหลือบมองไปที่กู้ไป๋อี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “การเคลื่อนไหวของเจ้าช่างเชื่องช้าจริง ๆ ข้าจัดการแล้ว เจ้ายังทำตัวเย็นชาอยู่เลย”
อาถิงแค่จัดการกับคู่ต่อสู้ของกู้ไป๋อีเท่านั้น ส่วนคู่ต่อสู้ของเหลิ่งหนิงจือกับชิงอิ่งก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการทรมานคู่ต่อสู้กันต่อไปก็แล้วกัน
หลังจากนั้นอาถิงก็ไม่ได้สนใจกู้ไป๋อีอีก เขาเดินไปตรงหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวว่า “หญิงอัปลักษณ์ ดูพอรึยัง ฝีมือข้าเก่งกาจขึ้นมากใช่มั้ยล่ะ?”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “เก่งกาจขึ้นไม่น้อยเลย”
“มันก็แน่นอนอยู่แล้ว หากข้าไม่แข็งแกร่งขึ้น ครั้งต่อไปหากเจ้านั้นโผล่มาอีก เจ้ายังจะคิดให้หวงจิ่วเยี่ยลงมืออีกเหรอ เมื่อถึงตอนนั้นข้าว่าเขาไม่เพียงแค่ช่วยไม่ได้ แถมยังจะทำให้เจ้าลำบากไปด้วยน่ะสิไม่ว