ุมฆ่าเจ้าแน่”
สายลมบางเบาที่ร้อนผ่าวกระทบเข้ากับหูของอาถิง พลันนั้นอาถิงก็รู้สึกว่าหูของตนเองนั้นร้อนราวกับถูกไฟแผดเผา
“นี่เจ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“อย่านะ!”
ทำให้ใบหน้าขาวดุจดั่งหยกนั้นร้อนผ่าวจนแดงก่ำเช่นนี้ แววตาที่อาถิงมองมู่เฉียนซีนั้นราวกับต้องการจะฆ่านางเป็นหมื่น ๆ ครั้งก็มิปาน
กู้ไป๋อีเห็นภาพนี้แล้วรูม่านตาก็หดเล็กลงทันใด ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก
ความสนิทสนมเช่นนั้นดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อมสำหรับเขา
ในใจเกิดอารมณ์ความรู้สึกอิจฉาริษยาขึ้น ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ปล่อยอาถิงแล้ว
“ไม่ทะเลาะกับเจ้าแล้ว! ท่านหมอปีศาจใจตำนานต้องสูงส่ง ดูมีความน่าเชื่อถือ ข้าไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ของตัวเอง ครั้งนี้ถือว่าข้าปล่อยเจ้าไปก็แล้วกัน”
อาถิงกัดฟันกรอดพลางกล่าว “หญิงอัปลักษณ์ หากครั้งหน้าเจ้าพิฆาตวิญญาณนั่นจะฆ่าเจ้า ข้าไม่มีทางช่วยเจ้าเป็นอันขาด เจ้ารอร้องไห้ขี้มูกโป่งได้เลย!”
มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มและกล่าวว่า “ก็ได้! มีบุรุษรูปงามไม่เป็นสองรองใครอย่างเจ้าตายไปพร้อมกับข้า ข้าไม่เสียใจเลยสักนิด!”
“นี่เจ้า…” อาถิงโกรธแทบบ้าแล้ว
“เจ้ามันไร้เหตุผลจริง ๆ เลย!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “เจ้าไม่ใช่เพิ่งจะรู้จักข้าแค่วันเดียวนะ จะตื่นเต้นไปทำไมกัน?”
ตุบ!
ตูม!
กลางอากาศ เหลิ่งหนิงจือกับชิงอิ่งก็กำลังจัดการกับคู่ต่อสู้ยอดฝีมือระดับสูงทั้งสองคนได้แล้ว
เหลิ่งหนิงจือเดินมาข้างกายมู่เฉียนซี เมื่อเห็นชายห