จ้าทิ้งซะ”
กล่าวจบ มู่เฉียนซีก็เดินออกไป เตรียมจะปรุงยา
ดวงตาคู่นั้นของเฟิงอวิ๋นซิวเคร่งขรึมลง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ซวนอี!”
ซวนอีคุกเข่าลงทันที “นายน้อย! ข้าน้อยมาขอความช่วยเหลือจากท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย และนี่ก็เป็นความตั้งใจของท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย”
“ข้าแค่สั่งให้เจ้าเอาของมาแสดงความยินดีกับเฉียนเยี่ย แต่เจ้ากลับทำเกินคำสั่งข้า เจ้ามันเยี่ยมจริง ๆ”
“รอให้นายน้อยกลับมาหายดีแล้ว ซวนอีจะรับโทษในความผิดนี้ทุกอย่างขอรับ”
เมื่อมู่เฉียนซีเดินออกมา กู้ไป๋อีก็กล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์ เป็นยังไงบ้าง?”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “ข้ากำลังจะกลายเป็นนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วนะ ปัญหาเล็กน้อยเพียงแค่นี้ ไม่ยากสำหรับข้าหรอก”
กู้ไป๋อีกล่าว “ซีเอ๋อร์พักผ่อนก่อนเถอะ อย่าได้เหน็ดเหนื่อยเกินไป ให้เฟิงอวิ๋นซิวรอสักหน่อยเขาคงไม่ตายไปภายในครึ่งชั่วยามนี้หรอก”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่มีทางฝืนตัวเองหรอกน่า”
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปในห้องปรุงยา กู้ไป๋อีก็เดินตามเข้าไปเช่นกัน เขามองนางอย่างไม่ละสายตาเลยสักนิด
ไม่ว่านางจะขอให้เขาช่วยอะไร เขาจะพยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อช่วยนาง
อยากเป็นนักปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุด จำเป็นต้องมีพลังธาตุอัคคี และจะต้องมีหม้อเทพนิรันดร์นั่นด้วย
เขาเชื่อในความแข็งแกร่งของซีเอ๋อร์ ตราบใดที่นางได้ครอบครองพลังธาตุอัคคี อาศัยความแข็งแกร่งและพรสวรรค์อันวิปริตของนาง ต่อให้ไม่ม