หัวหน้าหุบเขาคนเก่ากล่าว “ตกลง! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด อย่างไรเสียใต้หล้าในตอนนี้ก็เป็นของพวกเจ้าที่เป็นคนวัยหนุ่มสาว”
เขามีญาติอยู่เพียงแค่คนเดียว ย่อมต้องไม่อยากให้การฝึกบำเพ็ญของหลานชายต้องสูญเปล่าไปอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าว “ท่านหัวหน้าหุบเขา ท่านคอยดูเอาเองก็แล้วกัน!”
คาดว่าตอนนี้เสี่ยวไป๋คงจะจัดการพาตัวอวิ๋นซิวมาได้แล้ว มู่เฉียนซีจึงตัดสินใจจะเดินทางออกจากหุบเขาปีกสวรรค์
นางทิ้งยอดปรมาจารย์นักปรุงยาส่วนหนึ่งเอาไว้ให้คอยช่วยเหลือหลิงเฟิง ส่วนยอดปรมาจารย์นักปรุงยาคนอื่น ๆ ต่างเดินทางกลับไปที่กองกำลังของตนเองเพื่อประกาศลาออกจากกองกำลัง ทางด้านมู่เฉียนซีก็กำลังเดินทางกลับเช่นกัน
ทันทีที่มู่เฉียนซีย่างเท้าเดินออกจากหุบเขาปีกสวรรค์ นางก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งหลายสิบร่างที่กำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
คนที่รู้จักสถานะตัวตนของนาง นอกจากตาเฒ่ายอดปรมาจารย์นักปรุงยาเหล่านั้นแล้ว ก็มีเพียงแค่หลิงเฟิงกับหัวหน้าหุบเขาคนเก่าเท่านั้น
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ที่เปิดเผยสถานะตัวตนของนาง
ขวับ ขวับ ขวับ! เงาร่างหลายร่างกระโจนออกมา และได้ห้อมล้อมมู่เฉียนซีเอาไว้แล้ว
ในกลุ่มของคนเหล่านี้มียอดฝีมือระดับสูงสุดอยู่สองคน และเมื่อได้เห็นชุดที่พวกเขาสวมใส่ มู่เฉียนซีก็รู้แล้วว่าพวกเขามาจากแห่งหนใด
“ตำหนักตงจี๋ส่งตาเฒ่าอย่างพวกเจ้ามา น