ี่ไป๋อู๋ห่ายไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับข้าด้วยตัวเองหรืออย่างไร?”
เป็นอย่างที่เสี่ยวไป๋บอกเอาไว้ทุกอย่าง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของตำหนักเป่ยหานกับตำหนักตงจี๋ได้ทำการตกลงกันจริง ๆ
ตำหนักเป่ยหานไม่มีทางแย่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์กับตำหนักตงจี๋เป็นแน่ เพราะเป้าหมายของพวกเขาก็คือหม้อเทพนิรันดร์
ชายชราผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “รับมือกับสาวน้อยเหลือขอเช่นเจ้า ไม่จำเป็นต้องให้ท่านหัวหน้าตำหนักลงมือหรอก! ไปจับตัวนางมา!”
ยอดฝีมือระดับสูงสุดทั้งสองพุ่งเข้าไปจับมู่เฉียนซี ฝ่ามือของพวกเขานั้นดุร้ายและรุนแรงมาก
ทันใดนั้นเอง บริเวณรอบ ๆ พลันหนาวเหน็บขึ้น และเหลิ่งหนิงจือก็พุ่งออกไปแล้ว
นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไอ้พวกคนไม่รู้จักความตาย”
ปัง! พลังของนางปะทะกับพลังของยอดฝีมือสองคนนั้น
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ขวางนังผู้หญิงคนนี้เอาไว้ ข้าจะไปจับตัวมู่เฉียนซีเอง”
ชายชราทั้งสองไม่ได้ร่วมต่อสู้กัน คนหนึ่งขวางเหลิ่งหนิงจือ ส่วนอีกคนพุ่งไปหมายจะจับมู่เฉียนซี
และในขณะที่เขากำลังพุ่งตัวไปหามู่เฉียนซีนั้น จู่ ๆ ชิงอิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นขวางเขาเอาไว้
“เข้าไปช่วยเร็วเข้า!”
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันในที่เดียว พยายามเข้าไปพัวพันกับเหลิ่งหนิงจือและชิงอิ่ง
ขณะเดียวกันนั้นร่างของมู่เฉียนซีก็เคลื่อนไหวเข้าไปในป่าด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ยอดฝีมือระดับสูงสุดผู้นั้นยิ้มเยาะเย้ยหยันขึ้น คิดว่าหนีเข้าไปในนั้นแล้วจะรอดอย่าง