ถึงเลยว่าเจ้าจะยิ้มแย้มราวกับเชิญชวนสหายกินข้าวเช่นนี้ นี่มัน…
หากถูกกลืนกินพลังจิตไปจนสิ้น เช่นนั้นก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน นักปรุงยาที่หมดสติไปเมื่อตอนกลางวันก็เป็นตัวอย่างอันน่าสังเวชให้เห็นแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่หม้อหลุนหุยแห่งความตายได้พบเจอกับนักปรุงยาที่เชื่อฟังเช่นนี้ เขายิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้ายอมให้ข้ากลืนกินพลังจิตแต่โดยดี เจ้าช่างเป็นคนดีจริง ๆ!”
พลังจิตของมู่เฉียนซีแผ่ซ่านออกมาห่อหุ้มหม้อหลุนหุยแห่งความตายนี้ไว้ หม้อหลุนหุยแห่งความตายรู้สึกราวกับว่าได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะที่สุดเท่าที่เคยกินมาก็มิปาน จากนั้นมันก็เริ่มกลืนกินด้วยความตื่นเต้น!
กลืนกิน และกลืนกินอย่างต่อเนื่อง…
ทุกคนมองดูมู่เฉียนซีที่ถูกกลืนกินพลังจิต แต่สีหน้าของนางยังคงเรียบนิ่งอยู่เฉกเช่นเดิม ไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้น หลังจากที่เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุดหม้อหลุนหุยแห่งความตายได้กล่าวขึ้นว่า “ข้ากินอิ่มแล้ว! พอแล้ว! นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เจอกับนักปรุงยาที่มีพลังจิตแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ต่อจากนี้ไป ข้าจะอยู่กับเจ้า ดีหรือไม่ เช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวโหยอีกต่อไปแล้ว”
ยอดปรมาจารย์นักปรุงยาเหล่านี้มองมู่เฉียนซีราวกับนางเป็นตัวประหลาดก็มิปาน
วันนี้เจ้าหม้อยานี่กลืนกินพลังจิตของยอดปรมาจารย์นักปรุงยาไปหลายต่อหลายคนแล้วก็ไร้ทีท่าว่า