ี้เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ สาวน้อยผู้นี้หมายความว่าอย่างไร?
ปราบพวกเขาอย่างนั้นเหรอ?
พวกเขาจะถูกสาวน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ผู้นี้ปราบได้ยังไงกัน!
“เจ้ามันช่างเป็นเด็กที่อวดดียิ่งนัก”
“พูดจาไม่รู้จักประมาณตนเอาซะเลย!”
“……”
คนเหล่านี้ยังอยากระบายความไม่พอใจของตนเองออกมาอย่างต่อเนื่อง ผลสุดท้ายใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ได้ก่อตัวขึ้นเป็นชั้นน้ำแข็งชั้นหนึ่ง ทำให้พวกเขาอดที่จะหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่ได้
ท่านหัวหน้าหุบเขารีบกล่าวไกล่เกลี่ยว่า “ปรมาจารย์ทุกท่าน บุตรชายข้าเหลือเวลาอยู่ไม่มากแล้ว ทุกท่านรีบจัดการเถอะ!”
“ใช่ ๆ ๆ! เรามารีบแข่งพลังจิตกันเถอะ จะได้รีบหลอมยา!”
“ใช่ ๆ รีบแข่งเถอะ!”
“……”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวเหลิ่ง! อ่อนโยนสักหน่อยสิ ดูสิ เจ้าทำให้ตาเฒ่าเหล่านี้หวาดกลัวจนตัวสั่นแล้วนะ”
ชั้นน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกนั้นได้อันตรธานหายไป มุมปากของนักปรุงยาเหล่านี้กระตุกขึ้นเล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะเจ้านายของนางกล่าวเตือน คาดว่าผู้แข็งแกร่งผู้นี้คงลงมือโดยไม่บอกไม่กล่าวไปแล้วเป็นแน่
หลังจากที่แข่งขันพลังจิตกันเสร็จสิ้น นักปรุงยาผู้นั้นที่พลังจิตแข็งแกร่งที่สุดก็รับสูตรยามาอย่างมีความสุข จากนั้นก็เริ่มหลอมยาด้วยความมั่นใจ
มู่เฉียนซีไม่มีจิตใจจะอยู่ดูอีกต่อไปแล้ว นางเอาเก้าอี้นุ่มออกมาจากมิติและออกไปนั่งอาบแดดอยู่ด้านนอก
ผลลัพธ์ที่ออกมาของนักปรุงยาเหล่านั้น เพียงนางหลับตาก็สามารถรู้ได