ชีพ
พวกเขาต่างพากันส่ายหน้า และในตอนนี้เอง มู่เฉียนซีก็เดินเข้าไปตรวจดูอาการข้างเตียง
เมื่อตรวจดูอย่างละเอียด มู่เฉียนซีก็รู้สึกสงสัยขึ้น หากแค่ฝึกบำเพ็ญนอกรีตก็คงไม่ถึงขั้นนี้กระมัง
ร่องรอยของพลังจิตก็ไม่เหลือแม้แต่น้อย ประหลาดเกินไปแล้ว!
ในตอนนี้เอง ยอดปรมาจารย์นักปรุงยาท่านหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า “ท่านหัวหน้าหุบเขาจาง อาการของนายน้อยหุบเขาหนักเกินไปจริง ๆ พวกเราไร้ความสามารถแล้วจริง ๆ ท่านควรจัดเตรียมพิธีศพเถอะ!”
“ท่านหัวหน้าหุบเขาจาง ดูท่าพวกเราคงจะช่วยท่านไม่ได้แล้วล่ะ”
“……”
ทว่า มู่เฉียนซีกลับไม่ได้เปล่งเสียงกล่าวแต่อย่างใด เพราะนางพบว่าหลังจากที่หัวหน้าหุบเขาจางได้ยินคำพูดของยอดปรมาจารย์นักปรุงยาเหล่านั้นแล้ว กลับไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางโศกเศร้าหรือสิ้นหวังเลย
หัวหน้าหุบเขาจางกล่าว “ข้าได้สูตรยาลูกกลอนมาสูตรหนึ่ง หากสามารถหลอมยาลูกกลอนชนิดนี้ออกมาได้ ก็สามารถรักษาบุตรชายของข้าได้ แต่น่าเสียดายที่หุบเขาปีกสวรรค์ของข้าไม่มีนักปรุงยาคนใดสามารถหลอมออกมาได้สำเร็จ จึงเป็นเหตุให้ข้าเชิญทุกท่านมาที่นี่”
เหล่าบรรดานักปรุงยาทั้งหลายเผยสีหน้าดีอกดีใจออกมา “ยาลูกกลอนชนิดใดกัน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีฤทธิ์ที่ดีเช่นนี้”
“ท่านหัวหน้าหุบเขาจางหมายความว่าจะแบ่งปันสูตรยานั้นให้กับพวกเราอย่างนั้นหรือ?”
“……”
สำหรับนักปรุงยาแล้ว สูตรยาเป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจพวกเขามาก โดยเฉพาะสูตรยาที่วิเศษเช่นนี้
ท่านหัวหน้า