ซวนอีกล่าว “เพราะนายน้อยฝืนใช้ทักษะลับ ร่างกายจึงรับไม่ไหวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส! หากท่านหัวหน้าตำหนักไม่ลงมือยับยั้งก็คงจะไม่รอดมาจนถึงวันนี้ แต่อย่างไรอาการของนายน้อยในตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยจะดีนัก ร่างกายอ่อนแอมาก ยากที่จะไปต่อได้”
“นักปรุงยาทั่วทั้งแดนตะวันออกต่างก็ไร้หนทาง และคนที่ข้านึกออกมีเพียงแค่คนเดียวก็คือท่านหมอปีศาจ”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากไม่ได้ดูอาการของเขาให้เห็นกับตาก็ไม่มีใครสั่งยาให้เขาได้ และต่อให้ข้าติดต่อกับหมอปีศาจได้ เจ้าจะให้เขาเอาตัวเองไปติดแหที่ตำหนักตงจี๋อย่างนั้นเหรอ?”
ตอนนี้ไป๋อู๋ห่ายตามหามู่เฉียนซีจนแทบจะพลิกดินแดนสี่ทิศอยู่แล้ว หากเขาจับตัวหมอปีศาจได้ เขาก็สามารถใช้หมอปีศาจมาเป็นตัวต่อรองแน่นอน
ซวนอีนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “แล้วจะทำเช่นไรดี?”
“จะทำเช่นไรได้ล่ะ ก็คงต้องให้อวิ๋นซิวมาที่ตำหนักเป่ยหานแล้ว! ในตำหนักเป่ยหาน คนของไป๋อู๋ห่ายไม่มีทางกล้าบุ่มบ่ามลงมือเป็นอันขาด”
ซวนอีกล่าว “นายน้อยไม่ยอมแน่!”
“ไม่ยอม! อาการของเขากำลังแย่ ไม่อยากรักษาเหรอ?”
“ใช่! นายน้อยไม่อยากรักษา เหมือนกับกำลังลงโทษตัวเองอยู่ พวกข้าเป็นลูกน้อง ไม่อาจโน้มน้าวนายน้อยได้”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจนิ่งอึ้งไป ลงโทษตัวเองเหรอ?
ยังดี ๆ อยู่เลย เหตุใดต้องลงโทษตัวเองด้วย หรือเป็นเพราะว่าเขาปล่อยนางมา ก็เลยรู้สึกผิดกับสตรีที่ตนเองรักอย่างนั้นเหรอ?
ตั้งแต่ได้รู้จากปากของเสี่ยวเหลิ่งว่าบทบาทของม