ู่หลินหลางนั้นไม่ธรรมดา การที่อวิ๋นซิวหลงรักนางนั้น ช่างเป็นเคราะห์หามยามร้ายของเขาจริง ๆ
“สมองกลวงไปแล้วหรือยังไง!” มู่เฉียนซีสบถด่าขึ้นด้วยความไม่พอใจ
ถึงแม้ว่าปากนางจะด่า แต่นางก็ไม่อาจปล่อยให้สหายของตนเองตายโดยที่ไม่ช่วยได้
“งั้นก็ตีหัวเขาแล้วลากตัวมาที่นี่! อย่ามาบอกข้าว่าเจ้าไม่อาจแหกกฎทำความผิดได้ นายน้อยของเจ้าสำคัญหรือว่ากฏเหล่านั้นสำคัญล่ะ?”
ซวนอีก้มหน้าลงพลางกล่าว “ถึงแม้ว่านายน้อยจะได้รับบาดเจ็บอยู่ แต่ด้วยพลังความแข็งแกร่งของพวกข้า การจะตีนายน้อยแล้วเอาตัวมามันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และหากลงมือหนัก ๆ เกรงว่า…”
“พอ ๆ ๆ! ดูท่าเรื่องนี้พวกเจ้าจะจัดการไม่ได้แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวตัดบทเขา
มู่เฉียนซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าคิดจะแอบฟังไปถึงเมื่อไหร่?”
เสี่ยวไป๋? มีคนอยู่แถวนี้เหรอ นึกไม่ถึงว่าเขาจะรับรู้ไม่ได้
ซวนอีระมัดระวังตัวขึ้นแล้ว แต่เมื่อเขาได้เห็นร่างของบุรุษผู้ดุจดั่งเทพผู้นั้นปรากฏตัวขึ้น เขาก็ตกตะลึงพรึงเพริดจนตาค้าง!
“หะ หัว หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน!”
“ซวนอีคารวะท่านหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน!”
ซวนอีนึกไม่ถึงเลยว่าชื่อเสี่ยวไป๋นี้จะมีความเกี่ยวข้องกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศอย่างหัวหน้าตำหนักเป่ยหานกู้ไป๋อี!
เจ้าเด็กผู้นี้ช่างไร้เหตุผลจริง ๆ เลย กล้าเรียกท่านหัวหน้าตำหนักเป่ยหานเช่นนี้ได้ยังไง
มู่เฉียนซีมองไปที่กู้ไป๋อี และกล่าวว่า “เสี