กู้ไป๋อีแผ่ซ่านความเย็นยะเยือกออกมาจากร่างทำให้เหลิ่งหนิงจือรีบถอยหลังออกไปหลายก้าว
เหลิ่งหนิงจือเหลือบมองบุรุษตรงหน้า เขาเปรียบเสมือนหิมะอันหนาวเหน็บที่อยู่บนยอดเขาสูงทำให้ผู้คนไม่อาจเข้าใกล้ได้ รูปงามอย่างที่ไม่มีผู้ใดเปรียบได้
ทว่า ยังดูอันตรายดุจดั่งคมกระบี่ที่ออกมาจากฝักอีกด้วย!
นางไม่ใช่คนในดินแดนสี่ทิศ เคยมีพลังวิญญาณที่สูงกว่าขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้ามาแล้ว แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับบุรุษตรงหน้าผู้นี้ นางยังรู้สึกอันตรายอยู่บ้าง
มู่เฉียนซีมองเหลิ่งหนิงจือและกล่าวว่า “ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์ต่อข้า ข้าก็เลยมอบให้เจ้าได้ฝึกบำเพ็ญ แต่ว่าเสี่ยวเหลิ่ง เจ้าดูดีใจมากเกินไปแล้ว ข้ารู้สึกไม่ค่อยชินเลย”
เหลิ่งหนิงจือรับของชิ้นนั้นมาและยิ้มอย่างมีเสน่ห์ ก่อนจะพลันเปลี่ยนไปกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “อืม!”
ส่วนเยวี่ยเจ๋อ เมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีกลับมาเขาก็ตื่นเต้นมาก รีบกลับมาอย่างรีบร้อน เมื่อเห็นมู่เฉียนซี เขาก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับพี่ใหญ่ด้วยที่ได้เป็นถึงประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหาน ต่อไปข้าก็มีคนคอยให้พึ่งพิงบารมีแล้ว”
มู่เฉียนซีตบไหล่เขาพลางกล่าว “เสี่ยวเจ๋อจื่อ ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี! แล้วข้าจะให้เจ้าอยู่ดีกินดีไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย”
ได้เจอพี่ใหญ่เช่นนี้ เยวี่ยเจ๋อมีความสุขมาก
ทว่า มีเจ้าเครื่องกลทำความเย็นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เช่นนี้ เขาก็จำเป็นต้องเก็บอาการสักหน่อย