จ้าอีกล่ะ แต่จะว่าไป ข้าก็ยอมรับด้วยความเต็มใจนะ ให้เจ้าเป็นหัวหน้าของลูกค้าข้าก็พอแล้ว แต่การปฏิบัติจะด้อยไปกว่าตำหนักเป่ยหานไม่ได้เด็ดขาดเชียวนะ และจะต้องไม่เอาเปรียบเจ้าด้วยก็เป็นพอ”
หากคนพวกนั้นของตำหนักเป่ยหานรู้เข้าว่ามู่เฉียนซีไม่เพียงแต่ได้ตำแหน่งประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานไปเท่านั้น แต่ยังลากท่านหัวหน้าตำหนักของพวกเขามาเป็นแขกเช่นนี้อีก เส้นเลือดเขียวคงผุดพรายขึ้นที่หน้าผากของพวกเขาด้วยความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่นอน
กู้ไป๋อีกล่าว “ตกลง!”
หอหมอปีศาจเติบโตขึ้นในแดนเหนือได้อย่างราบรื่น นอกจากตำหนักเป่ยหานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวกองกำลังอื่นในแดนเหนือ
หากตำหนักเป่ยหานคิดหวั่นไหว ประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานอย่างนางก็จะรู้ข่าวได้เร็วไว เตรียมป้องกันได้ทันเวลา ไม่ถูกลงมืออย่างกะทันหันเหมือนตอนอยู่ในตำหนักตงจี๋แน่นอน
หลังจากที่จัดการเรื่องราวในหอหมอปีศาจเสร็จสิ้นแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “สมุนไพรวิญญาณที่ยังขาดอยู่เหล่านั้นมีข่าวคราวใดบ้างหรือไม่?”
การตามหาที่อยู่ของเผ่าหงส์และเผ่ากิเลนนั้นไม่ใช่สิ่งที่หอหมอปีศาจของพวกเขาทำได้ ดังนั้นจึงมอบให้เป็นหน้าที่ของจิ่วเยี่ย
แต่การหาสมุนไพรวิญญาณมาให้ครบเพื่อจะหลอมยาหยินหยางอนันต์นั้น ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลังของหอหมอปีศาจของนางสามารถทำได้อยู่แล้ว ตอนนี้นอกจากผลจิ่วหยางซวนที่เป็นสมุนไพรขั้นสวรรค์แล้ว ยังขาดสมุนไพรวิญญาณขั้นปฐพีอีกสามชน