ยู่ว่าสถานะของเขาในตอนนี้เป็นผู้ที่สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง แต่ก็ยังคงทำท่าทางเกียจคร้านและเป็นกันเองเหมือนเดิม
ซวนอีกล่าว “ท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย”
มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อว่า “เจ้าจะฝืนใจตัวเองทำไมกันล่า ตอนนี้ในใจเจ้าก็คงจะด่าข้าว่าเจ้าหนุ่มอัปลักษณ์อยู่ใช่ไหมล่ะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันเจ้านะ”
สีหน้าซวนอีเผยความเก้อเขินออกมาเล็กน้อย เขาจึงเปลี่ยนเรื่องกล่าวว่า “นายน้อยของพวกเราเตรียมของขวัญให้ท่าน ท่านจะไม่ดูหน่อยเหรอ?”
“ดูสิ! ข้าดูอยู่แล้ว!”
และแน่นอนว่าเฟิงอวิ๋นซิวนั้นรู้ใจนางเป็นอย่างดี
สิ่งที่เขาส่งมาให้นั้นล้วนแต่เป็นสมุนไพรวิญญาณที่นางชอบทั้งสิ้น มู่เฉียนซีกล่าว “เยี่ยมไปเลย เจ้าขอบใจเขาแทนข้าด้วยล่ะ!”
“ใช่สิ! ข้าต้องเตรียมของขวัญกลับไปให้เขาสักหน่อยถึงจะถูก”
ซวนอีมองมู่เฉียนซีด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ข้าขอคุยด้วยสักหน่อยได้หรือไม่!”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ได้สิ!”
ครั้นแล้ว ทั้งสองจึงไปในที่ที่ไม่มีใคร มู่เฉียนซีแผ่ซ่านพลังจิตออกไปตรวจสอบ พบว่าไม่มีคนนอกแอบซ่อนตัวอยู่แต่อย่างใด
มู่เฉียนซีกล่าว “เกิดอะไรขึ้นกับอวิ๋นซิวอย่างนั้นเหรอ?”
ซวนอีกล่าว “ท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ท่านกับหมอปีศาจมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ทราบว่าท่านพอจะติดต่อกับหมอปีศาจได้หรือไม่?”
หัวหน้าตำหนักไม่อนุญาตให้เขาไปหามู่เฉียนซี แต่ก็ไม่ได้ห้ามเขาไม่ให้มาหามู่