างสามารถใช้ได้อย่างตามใจชอบ
ดังนั้น มู่เฉียนซีจึงเก็บกวาดสมุนไพรวิญญาณที่ตนเองชอบมาทั้งหมด
เก็บกวาดเอาไปให้หมดนี่แหละ จะเหลือไว้ให้พวกคนเหล่านั้นที่แข็งข้อกับเสี่ยวไป๋ทำไมกันเล่า!
นักปรุงยาของตำหนักเป่ยหานไปรายงานเรื่องนี้ให้เหล่าผู้อาวุโสทราบ ทว่า มันจะมีประโยชน์ใดกันเล่า!
ในตำหนักเป่ยหาน นอกจากท่านหัวหน้าตำหนักแล้ว ประมุขน้อยนี่แหละที่ใหญ่สุด ผู้อาวุโสก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปก้าวก่ายได้
ผู้อาวุโสสามที่มีหน้าที่ดูแลการคลังของตำหนักเป่ยหานในตอนนี้ก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง!
ท่านหัวหน้าตำหนักไปขุดเอาเจ้าเด็กล้างผลาญผู้นี้มาจากที่ใดกันแน่!
ด้วยความรวดเร็วในการล้างผลาญของเจ้าเด็กผู้นี้ ถึงแม้ว่าตำหนักเป่ยหานจะเป็นกองกำลังระดับสาม แต่ภายในเวลาสามปีจะต้องถูกเจ้าเด็กผู้นี้ล้างผลาญจนตำหนักเป่ยหานไม่เหลือแม้แต่หยกวิญญาณสักก้อนเดียวเป็นแน่
ได้ตำแหน่งประมุขน้อยมาแล้ว มู่เฉียนซีก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากตำแหน่งนี้แสวงหากำไรให้กับหอหมอปีศาจได้อีกด้วย เพียงเวลาแค่ไม่นาน หอหมอปีศาจก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
มันช่างราบรื่นเสียยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในตำหนักตงจี๋ไม่น้อยเลย!
มู่เฉียนซีกล่าวกับกู้ไป๋อีว่า “เสี่ยวไป๋ ข้าไม่ได้กลับไปที่หอหมอปีศาจมานานมากแล้ว ข้าว่าจะกลับไปดูสักหน่อย”
“ข้าไปเป็นเพื่อน!”
“ท่านหัวหน้าตำหนักจะไปเป็นเพื่อนข้าอย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
“อืม! ข้ากลัวพวกนั้นจะล