งมือกับเจ้า”
ด้วยความเกลียดชังที่มู่เฉียนซีได้สร้างขึ้นในทุกวันนี้ หากนางย่างเท้าออกไปจากตำหนักเป่ยหาน มีโอกาสมากที่จะถูกลอบสังหาร
มู่เฉียนซีกล่าว “หากเจ้าไม่คิดว่ามันจะวุ่นวายก็ไปได้! อย่าให้ใครจับได้ล่ะ เมื่อถึงตอนนั้น หากมันมีคนที่ไม่กลัวตายพรวดพราดเข้ามาลงมือ ก็จัดการได้เลย”
“ตกลง!”
ครั้นแล้ว มู่เฉียนซีจึงออกไปจากตำหนักเป่ยหาน และยังมีคนคนหนึ่งรีบร้อนออกไปด้วยเช่นกัน
ทุกคนพร้อมที่จะลงมือเคลื่อนไหวแล้ว เมื่อคนผู้นั้นรีบไปรายงานกับท่านผู้อาวุโสสูงสุด
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุดขอรับ มู่หรงเฉียนเยี่ยออกจากตำหนักเป่ยหานแล้ว จะส่งคนไปฆ่ามันดีหรือไม่ขอรับ!”
“เจ้าเด็กผู้นี้ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด หรือว่าจะส่งหลิงไปจัดการ หลิงคุ้นเคยกับมันที่สุดแล้ว”
“……”
ถึงแม้ว่าท่านผู้อาวุโสสูงสุดจะเกลียดชังจนอยากให้มู่เฉียนซีหายไปจากโลกนี้เร็ว ๆ แต่แผลที่หลังของเขากลับทำให้เขาสงบลง
“นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านหัวหน้าตำหนักมองใครคนหนึ่งเป็นเหมือนหัวแก้วหัวแหวน ต่อให้มู่หรงเฉียนเยี่ยจะกล้าอวดเก่งออกจากตำหนักเป่ยหานไปคนเดียว แต่ทว่าท่านหัวหน้าตำหนักก็ไม่วางใจแน่นอน”
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ท่านหมายความว่า…ท่านหัวหน้าตำหนักจะแอบซ่อนตัวคอยปกป้องเจ้าเด็กนั่นอยู่อย่างนั้นหรือขอรับ!”
“มีความเป็นไปได้เก้าในสิบส่วน! แต่หากพวกเจ้าไม่กลัวตาย ก็ลงมือได้!”
หลังจากออกจากตำหนักเป่ยหานก็ปลอดภัยไร้กังวลมาตลอดทาง มู่เฉียนซีแสยะยิ