เมื่อมู่เฉียนซีได้ยินเสียงก้าวเท้า นางก็หยุดการฝึกฝนทันที ร่างของนางเคลื่อนไหวมาตรงหน้าชายรูปงามในชุดคลุมยาวสีแดงเข้ม จับแขนเขาและกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “อารอง!”
ชายหนุ่มชุดขาวตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาที่เขาไม่คุ้นเคยเลย แต่ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มอันคุ้นเคยนี้ หลิงจะจำไม่ได้ได้อย่างไรกันเล่า
“ซีเอ๋อร์!” แววตาของหลิงเผยความตื่นเต้นออกมา
แต่หลังจากความตื่นเต้นหายแล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ตอนนี้ยังมีคนนอกอยู่ตรงนี้อยู่ด้วย
คนนอกผู้นี้ก็คือหัวหน้าตำหนัก!
ร่างของหลิงแผ่ซ่านเจตนาแห่งการเข่นฆ่าสังหารออกมาอย่างน่ากลัว กระบี่ถูกชักออกมาจากฝัก เสียง วิ้ง วิ้ง! ดังขึ้น
หากเขาถูกเปิดโปงก็จะทำให้ซีเอ๋อร์เป็นอันตราย ต่อให้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ เขาก็จำเป็นจะต้องฆ่าทิ้งโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
มู่เฉียนซีจับแขนหลิงและห้ามเขาเอาไว้ “อารอง ไป๋อีเป็นคนที่ข้าไว้ใจ ข้าบอกเรื่องทุกอย่างกับเขาแล้ว ไม่จำเป็นต้องระมัดระวัง!”
ไป๋อี นึกไม่ถึงเลยว่าจะเรียกได้อย่างสนิทชิดเชื้อเช่นนี้
ในตอนนี้ ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นของหลิงยิ่งทวีความน่ากลัวมากขึ้น
กู้ไป๋อี ในนามของหัวหน้าตำหนักแห่งตำหนักเป่ยหาน น้อยคนนักที่จะรู้จัก
เนื่องจากท่านหัวหน้าตำหนักเป่ยหานท่านนี้มักจะเก็บตัวฝึกบำเพ็ญมาเป็นเวลานานหลายปี ไม่ออกไปข้างนอก และต่อให้ออกไปก็จะหาผู้ที่มีพลังความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันเพื่อท้าประลอง
ดังนั้นจึง