ทำให้นางต้องกล้ำกลืนใจเป็นอันขาด”
กู้ไป๋อีมองหลิงและกล่าวว่า “นางเป็นคนเดียวที่ข้ากู้ไป๋อีห่วงใยมากที่สุด”
เห็น ๆ กันอยู่ว่าคำตอบของไป๋อีทำให้คนที่ฟังรู้สึกซาบซึ้งใจ แต่หลิงกลับรู้สึกคันไม้คันมืออยากต่อยเขาสักหมัดจริง ๆ
ครานี้ บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายเชิญกู้ไป๋อีไปล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องปรึกษาหารือ
นอกจากผู้อาวุโสห้าแล้ว ผู้อาวุโสทุกท่านล้วนแต่อยู่กันครบ และผู้อาวุโสสูงสุดคนเก่าอีกสามท่านที่เก็บตัวบำเพ็ญตอนนี้ก็มาร่วมนั่งลงแล้ว ทุกคนระมัดระวังและดูจริงจังเป็นอย่างยิ่ง
ร่างในชุดขาวอันคุ้นเคยนั้นปรากฏขึ้น ข้างกายยังมีชายหนุ่มสวมชุดขาวเหมือนกันกับเขามาด้วย
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสเห็นเช่นนี้ล้วนแต่เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ผู้อาวุโสสูงสุดคนเก่าผู้หนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวขึ้นว่า “ท่านหัวหน้าตำหนัก ครั้งนี้เราจะหารือเรื่องสำคัญกัน ถึงแม้เจ้าหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนในตำหนักเป่ยหาน แต่ด้วยตัวตนและคุณสมบัติของเขายังไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมการปรึกษาหารือในครั้งนี้นะขอรับ”
กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “หากเขาไป ข้าก็ไป! เขาอยู่ ข้าก็จะอยู่!”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็โกรธจนช้ำใจ!
พวกเขาต้องการไล่เจ้าหนุ่มผู้นี้ไป แต่นึกไม่ถึงเลยว่าท่านหัวหน้าตำหนักจะกล่าวเช่นนี้ออกมา แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าท่านหัวหน้าตำหนักจะทำให้พวกเขาลำบากใจถึงเพียงนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสที่อยู่ ณ ที่นี้ยอดเ