ะเป็นเช่นไรก็ไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรได้ยังไงกันล่ะ!” มู่เฉียนเขม็งตาใส่เขา
“หัวใจของท่าน ชีวิตของท่าน หากอยู่ในกำมือของตาเฒ่าจิ้งจอกนั่น ข้าไม่สบายใจแม้แต่วันเดียว”
“เป็นเพราะอารองไม่ดีเอง!” หลิงกล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซียังหาข้อบกพร่องไม่เจอ แต่ตอนนี้เหล่าบรรดาผู้อาวุโสของตำหนักเป่ยหานต่างพากันมาหากู้ไป๋อีและกล่าวรายงานว่ามีเรื่องจะมาปรึกษาหารือ
มู่เฉียนซีกล่าว “ตาเฒ่าพวกนั้นคิดจะทำสิ่งใดอีก เสี่ยวไป๋ ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้า! เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนพวกนั้นรังแกเจ้า”
หลิงจนปัญญามาก หลานสาวตัวเองเข้าข้างพรรคพวกตัวเอง แค่ปกป้องเขาก็พอแล้วไม่ได้เหรอ เหตุใดต้องไปปกป้องชายอื่นด้วย
คนตรงหน้าผู้นี้เป็นถึงหัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ผู้ใดจะกล้ารังแกเขาได้ล่ะ!
อย่างไรก็ตาม ท่านองครักษ์ฝ่ายซ้ายตอนนี้เกิดอาการหึงหวงเข้าแล้ว หึงหวงท่านหัวหน้าตำหนัก
คนทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศคาดว่าไม่มีผู้ใดคิดว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศจะถูกคนรังแก แต่มู่เฉียนซีกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
หากต่อสู้กันด้วยพลังความแข็งแกร่ง เสี่ยวไป๋ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวผู้ใดแน่นอน แต่หากเล่นอุบายคาดว่าจะไม่ได้
มู่เฉียนซีเป็นห่วงเขาเช่นนี้ทำให้กู้ไป๋อีรู้สึกมีความสุขเล็กน้อย เขาพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลง! เราไปด้วยกัน”
หลิงกล่าว “ท่านหัวหน้าตำหนัก ซีเอ๋อร์ของข้าเป็นหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลมู่ของพวกเรา ไม่ว่าใคร ก็ไม่อาจ