าจักรพรรดิก็จำต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง!
ทว่า เขาหลบการโจมตีของมังกรวารีได้ แต่มู่เฉียนซีกลับปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเขาราวกับภูตผีอย่างที่เขาไม่รู้ตัวเลย
น้ำเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเขา “ทักษะตี้ซวน!”
ตูม! นายน้อยเจ็ดถูกโจมตีจนกระเด็นลอยออกไปจากลานประลอง
ทุกคนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แพ้แล้ว นายน้อยเจ็ดแพ้แล้ว!
นายน้อยหกกับนายน้อยห้าที่เดิมทีจะมาชมการประลองเพื่อความสนุก ในตอนนี้สีหน้าของพวกเขาเขียวคล้ำขึ้นด้วยความโกรธแล้ว แพ้แล้วจริง ๆ ด้วย แถมยังแพ้เด็กใหม่ที่เพิ่งจะเข้าตำหนักเป่ยหานได้ไม่ถึงเดือนอีกด้วย
พวกเขาที่เป็นนายน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานต้องมาอับอายขายหน้าเพราะสวะไร้ประโยชน์ผู้นี้!
มู่เฉียนซีเดินไปตรงหน้านายน้อยเจ็ดและกล่าวว่า “เจ้าต้องทำตามข้อตกลงแล้วล่ะ”
นายน้อยเจ็ดในตอนนี้อับอายขายหน้าจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีแล้ว เขาเอาแหวนมิติของตัวเองออกมา และกล่าวว่า “ข้าแพ้ก็คือแพ้”
เขารู้สึกไม่สบายใจมาก จากนั้นก็มองไปที่นายน้อยหกและนายน้อยห้าก่อนจะกล่าวออกมาว่า “พี่หก พี่ห้า…”
นายน้อยหกก็รู้ดีว่าไม่อาจรอต่อไปได้ ต้องรีบเอาไขกระดูกน้ำแข็งหมื่นปีมาให้ได้
นายน้อยหกเดินมาและกล่าวว่า “เห็นเจ้าต่อสู้กับน้องเจ็ดแล้วน่าสนุกดี ข้าเองก็คันไม้คันมืออยู่เหมือนกัน! ข้าขอท้าประลองกับเจ้า เจ้าจะรับคำท้าหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อนายน้อยหกท้าประลองข้า ข้าก็ไม่กล้าปฏิเสธ! เชิญ!”
มู่เ