ฉียนซีเดินขึ้นไปบนลานประลองด้วยท่าทีที่สงบ
“บ้าไปแล้ว! มู่หรงเฉียนเยี่ยบ้าไปแล้ว รับคำท้านายน้อยเจ็ดยังไม่พอ นี่ยังมารับคำท้านายน้อยหกอีก”
“พลังของนายน้อยหกถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสามเชียวนะ! เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของนายน้อยหกได้ยังไง”
“……”
สีหน้าของมู่เฉียนซีนิ่งมาก ถึงแม้ว่าเพิ่งจะเข้ามาในตำหนักเป่ยหานไม่นาน ยังวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ชัดเจนมากนัก เพราะตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมานางใจจดใจจ่อกับการฝึกฝนมาก
ที่ผ่านมานางไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจของตำหนักเป่ยหานมาโดยตลอด
หากไม่เป็นจุดสนใจเช่นนี้ต่อไป ด้วยพลังขั้นจักรพรรดิแห่งภูตของนาง ไม่มีทางเข้าใกล้ตัวผู้อาวุโสสูงสุดและหัวหน้าตำหนักเป่ยหานได้แน่นอน อีกทั้งไม่มีทางเข้าใกล้องครักษ์ฝ่ายซ้ายอย่างอารองได้แน่
นายน้อยทั้งเจ็ดของตำหนักเป่ยหานมอบโอกาสดี ๆ ให้นางได้เล่นใหญ่เช่นนี้แล้ว นางก็จะใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่
หากพลาดโอกาสดีนี้ไป ก็น่าเสียดายมาก
นายน้อยหกเดินมาที่ลานประลองและกล่าวว่า “มู่หรงเฉียนเยี่ย งั้นเจ้าก็แสดงให้ข้าดูหน่อยสิ ว่าเจ้ามีไพ่เด็ดมากแค่ไหน”