เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าก็ฝีมือไม่เลวเลย อันที่จริงต่อให้เจ้าไม่ได้เข้าตำหนักเป่ยหาน เจ้าก็สามารถไปได้ไกลแน่นอน”
“ขอบใจสำหรับคำปลอบใจของเจ้ามาก”
และหลังจากเสร็จสิ้นการประลองในครั้งนี้แล้ว มู่เฉียนซีก็ได้เป็นเด็กใหม่ของตำหนักเป่ยหาน
ตำหนักเป่ยหานเป็นอาณาเขตของพวกเขา เพื่อต้อนรับเด็กใหม่ผู้นี้อย่างเป็นทางการ นายน้อยเจ็ดและพวกถึงกับต้องขูดเลือดขูดเนื้อตัวเองเลยทีเดียว
ทว่า คนเหล่านั้นที่ถูกส่งไปก่อกวนมู่เฉียนซีล้วนแต่ถูกนางโจมตีกลับออกมาทุกคน
มู่เฉียนซีส่ายหน้าไปมาอย่างเบื่อหน่าย นี่มันเป็นการดูถูกนางมากเกินไปแล้ว อยากจะหาเรื่องแน่จริงก็ส่งคนที่มีฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิมาสิ!
ส่งคนมีพลังขั้นจักรพรรดิเหล่านี้มา นางคร้านที่จะลงมือ แค่ใช้ยาพิษเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้พวกเขานอนหงายหลังกันไปได้แล้ว
นอกจากการที่ต้องจัดการกับพวกที่มาก่อกวนสร้างความรำคาญแล้ว มู่เฉียนซีก็ใช้เวลาไปกับการฝึกบำเพ็ญ
สถานที่ฝึกบำเพ็ญที่ดี ๆ ของตำหนักเป่ยหานนั้นมีไม่น้อยเลย มู่เฉียนซีใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด จนกระทั่งสามารถฟื้นฟูพลังวิญญาณกลับมาเต็มเปี่ยมของขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับห้าได้แล้ว
การจะฟื้นฟูพลังให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมนั้น อยู่ไม่ไกลแล้ว
ทางด้านอวี้ปิงชิงก็รีบร้อนที่จะใช้ไขกระดูกน้ำแข็งหมื่นปีมาทะลวงพลังวิญญาณเช่นกัน นางเคยส่งคนมาเจรจาพูดคุยกับมู่เฉียนซีแล้ว แต่มู่เฉียนซีไม่ตอบตกลง
เมื่อเห็นว่า