เวลาเกือบจะครบหนึ่งเดือนแล้ว มู่เฉียนซีก็จะออกจากตำหนักเป่ยหานกลับไปพักผ่อนได้
หากเขาเอาไขกระดูกน้ำแข็งหมื่นปีนั้นไปให้สาวใช้ชั้นต่ำใช้แล้วละก็ นางจะต้องทนไม่ไหวแน่นอน
ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบธิดาศักดิ์สิทธิ์ นายน้อยเจ็ดและพวกก็กำลังครุ่นคิดหาวิธี นายน้อยเจ็ดกล่าวว่า “เพื่อชิงเอ๋อร์ ข้ายอมทุ่มหมดหน้าตัก”
นายน้อยทั้งเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหานแต่ละคนล้วนแต่มีตำแหน่งฐานะสูงส่ง แต่ตอนนี้นายน้อยเจ็ดกลับมาเยือนที่พักของศิษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ไม่เพียงแค่มาเยือนเท่านั้น แต่เขายังทำเรื่องที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดอีกด้วย
“มู่หรงเฉียนเยี่ย ข้าต้องการท้าประลองกับเจ้า”
ทุกคนล้วนแต่ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น ถึงแม้ว่านายน้อยเจ็ดจะเป็นหนึ่งในเจ็ดของนายน้อยที่มีพลังอ่อนแอที่สุด แต่เขาก็ไม่น่าลดตัวลงมาท้าประลองกับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าตำหนัก!
ถึงแม้ว่าคนอื่นจะไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็นและได้ยินนี้ แต่นายน้อยเจ็ดก็แบกหน้ามาท้าประลองกับมู่เฉียนซีแล้ว ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ก็เพราะว่าเขาทำเพื่อน้องชิงเอ๋อร์
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “ท้าประลองเหรอ ได้สิ! ข้ารับคำท้า”
พวกเขาล้วนแต่รู้สึกว่ามู่เฉียนซีบ้าไปแล้ว เป็นเพียงแค่จักรพรรดิแห่งภูตระดับห้ากลับไปรับคำท้าประลองกับมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่ง นั่นไม่ใช่เป็นการดูถูกนายน้อยเจ็ดไปหน่อยเหรอ
นายน้อยเจ็ดกล่าว “ข้าท้าประลองกับเจ้า แต่ก็ต้องมีการเดิมพัน”
“เดิมพันสิ่งใดก็ว่ามา” มู่เฉี