ของพวกเขายิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ แล้ว “ขั้นราชาแห่งภูต เจ้ายอมให้สาวใช้ของเจ้าใช้ของล้ำค่าเช่นนี้เลยเหรอ เจ้าช่างใจกว้างจริง ๆ!”
“และนางก็ไม่ใช่ขั้นราชาแห่งภูต!”
สีหน้าของพวกเขายิ่งแย่ลงกว่าเดิมมาก แม้แต่อวี้ปิงชิงในตอนนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นแล้ว
“พอได้แล้ว!”
“ข้ากับคุณชายไม่ได้มีความโกรธแค้นอันใดกันมาก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเอาสาวใช้ของเจ้ามาดูถูกข้าผู้เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ หรือว่าเจ้าคิดว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์อย่างข้าจะรังแกกันได้ง่าย ๆ เหรอ?” ดวงตาอันเย็นยะเยือกคู่นั้นลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างคนที่ไร้ความผิด “ธิดาศักดิ์สิทธิ์เข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกธิดาศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย”
เดิมทีแล้วเสี่ยวเหลิ่งเอ๋อร์ไม่ได้มีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่งหรือขั้นราชาแต่อย่างใด แต่นางเป็นถึงยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้าต่างหาก
“ไขกระดูกน้ำแข็งหมื่นปีนั้นก็เป็นเป้าหมายของพวกเรา หากไม่ใช่เพราะพวกเราโจมตีลิงหิมะให้บาดเจ็บ ผลประโยชน์ก็คงจะไม่ตกไปอยู่ในมือของเจ้า ไขกระดูกน้ำแข็งนี้เราควรแบ่งกันคนละครึ่ง แต่ข้าธิดาศักดิ์สิทธิ์เป็นคนที่ไม่ชอบเอาเปรียบใคร ดังนั้นจึงเสนอแลกเปลี่ยนกับเจ้า แต่เจ้ากลับเอาแต่ดื้อดึงไม่มีเหตุผล” อวี้ปิงชิงกล่าวอย่างยกตนข่มท่าน
นายน้อยเจ็ดกล่าว “ใช่! พวกเราก็ควรแบ่งกัน ในเมื่อพวกข้าไว้หน้าเจ้าแต่เจ้ากลับไร้ยางอาย เ