แย่ลงทุกทีแล้ว”
กู้ไป๋อีกับเฟิงอวิ๋นซิวไม่เคยพูดคุยกันมากนัก ถึงแม้ว่าคนหนึ่งจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศ อีกคนหนึ่งจะเป็นยอดฝีมือแห่งดินแดนสี่ทิศก็ตาม
ซวนอีเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าการมาขอความช่วยเหลืออย่างกะทันหันเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่เขาไม่มีหนทางอื่นให้เลือกแล้ว เขาทนเห็นนายน้อยเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้
หากเป็นเมื่อก่อน กู้ไป๋อีไม่มีทางสนใจแน่นอน แต่ตอนนี้…
เพื่อเฟิงอวิ๋นซิว ซีเอ๋อร์จึงต้องเข้าร่วมการแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ในครั้งนั้น หากนางไม่ไป นางก็คงไม่ต้องเปิดเผยว่าตัวเองได้ครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ นางจำต้องเสี่ยงอันตรายไป
เฟิงอวิ๋นซิวคงจะสำคัญกับนางมาก!
เขากล่าว “นำทางไปเถอะ!”
ซวนอีเผยสีหน้าไม่น่าเชื่อออกมา และกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ขอรับ!”
ส่วนมู่เฉียนซีในเวลานี้ได้อยู่ปรุงยาในหอหมอปีศาจ ฝึกบำเพ็ญ เพื่อต้องการฟื้นตัวให้เร็วที่สุด
หอหมอปีศาจมีเหลิ่งหนิงจืออยู่ ไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อกวนแล้ว
ท่านผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักเป่ยหานรู้ว่าหอหมอปีศาจมียอดฝีมือขั้นสูงสุดเฝ้าอยู่ ก็ไม่กล้าผลีผลาม
เขากล่าว “ไปเอาตัวหลิงออกมาจากคุก ข้ามีภารกิจให้เขาทำ”
“ขอรับ ท่านผู้อาวุโสสูงสุด!”
สถานการณ์อันวุ่นวายนี้ค่อย ๆ สงบลง เจ้าพิฆาตวิญญาณก็ดูเหมือนจะหายไปจากโลกมนุษย์นี้แล้วอย่างไร้ร่องรอย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน มู่เฉียนซีก็ได้รู้ข่าวข่าวหนึ่ง ตำหนักเ