ต่อจิตใจของนาง
มู่เฉียนซีมองเยวี่ยเจ๋อและกล่าวว่า “เยวี่ยเจ๋อ ข้าจะไปเมืองเป่ยหานกับเจ้า”
“พี่ใหญ่! ในเมืองเป่ยหานมีหูตาของกองกำลังต่าง ๆ มากมายดั่งตาสับปะรด ถึงแม้ว่าคนที่แย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ในตอนนั้นจะตายไปไม่น้อย แต่ก็ยังมีคนที่รอดชีวิตมาได้ ข้ากลัวว่าจะมีคนจำพี่ใหญ่ได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “ดังนั้น พี่ใหญ่ของเจ้าก็เลยต้องแปลงกายเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างนี้ไงเล่า จำเอาไว้! ตอนนี้ข้าชื่อมู่หรงเฉียนเยี่ย ไม่ใช่มู่เฉียนซี เป็นสหายรักกับพี่ใหญ่ของเจ้า! เรียกข้าว่าคุณชายมู่หรงก็พอแล้ว”
“ต้องการตอบโต้กับตำหนักตงจี๋ พวกเราต้องเติบโตในแดนเหนือให้ได้ก่อน ช้าไม่ได้!”
เยวี่ยเจ๋อกล่าวเสียงขรึมว่า “ทุกอย่างจะจัดการตามที่พี่ใหญ่วางแผนเอาไว้”
ไม่นานนัก มู่เฉียนซีและพวกก็เดินทางมาถึงเมืองเป่ยหาน การจัดการโดยรวมของหอหมอปีศาจในเมืองเป่ยหานนั้นเหมือนกันกับเมืองตงจี๋ ภายใต้การนำของเยวี่ยเจ๋อ มู่เฉียนซีเดินทางไปที่ฐานที่มั่นของตนเองอย่างราบรื่น
“รวบรวมข่าวในช่วงนี้ทั้งหมดมาให้ข้า อ่อ แล้วก็ข่าวของตำหนักเป่ยหานด้วยล่ะ”
“ขอรับ!”
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ขึ้น และข่าวนี้ก็ไม่ได้เงียบหายไปง่าย ๆ
ทางด้านแดนตะวันออก โม่จิ่นและพวกได้ซ่อนตัวอยู่ และแน่นอนว่าก็มีคนบางส่วนที่สังเกตไปที่แดนเหนือ
เนื่องจากชื่อเสียงของหอหมอปีศาจอีกทั้งยังมีการช่วยเหลืออย่างลับ ๆ ของตำหนักเ