นั่นแล้ว หากนางปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งคาดว่าตอนนั้นเราคงทำอะไรนางไม่ได้แล้วล่ะ”
“จะปล่อยโอกาสนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ครั้นถึงยามรัตติกาล สายลมยามค่ำคืนพัดใบไม้ต้นหญ้าไหวไปมา เยวี่ยเจ๋อที่เพิ่งเดินออกมาจากหอหมอปีศาจ ภายในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นก็มีคนมาขวางหน้าเขาเสียแล้ว
“ท่านรองหัวหน้าเยวี่ย หัวหน้าวังของพวกเราต้องการเชิญท่านไปพบที่วังอวิ๋นซิงสักครู่”
“อย่าไปกับวังอวิ๋นซิงเลย! มากับข้าดีกว่า เจ้าสำนักของข้าเชิญท่านไปพบ”
“หัวหน้าหุบเขาของพวกเรา…”
ตำหนักเป่ยหานไม่ได้ลงมือ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกองกำลังระดับสอง ระดับสองครึ่งทั้งสิ้น กลับแห่กันมาเชิญตัวเขาอย่างพร้อมเพรียงกันเช่นนี้
เยวี่ยเจ๋อชะงักก้าวเท้าลง สายตาเหลือบมองพวกเขาและกล่าวว่า “แล้วหากว่าข้าไม่ไปล่ะ?”
“เช่นนั้นก็ต้องล่วงเกินท่านแล้ว!”
เยวี่ยเจ๋อผู้นี้ก็นับว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ มีความสามารถเช่นกัน อายุยังน้อยแต่กลับมีพลังความแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ แต่ศัตรูมีจำนวนคนที่มากกว่า พวกเขาเพียงพอที่จะจัดการกับเขา
และในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันหยอกล้อเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“หอหมอปีศาจถูกหมาแมวเหล่านี้รังแกได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแล้ว”
นี่เป็นน้ำเสียงอันกินใจเสียงหนึ่ง ใบหน้าของพวกเขาเคร่งขรึมขึ้น หรือว่าหมอปีศาจจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
เมื่อเขาได้เห็นชายหนุ่มในชุดขาวปรากฏตัวขึ้น ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะมีหน้าตางดงาม แต่ก็ไม่เหมือนกับหม