ฉียนซีก็ได้พาเหลิ่งหนิงจือจากไป โดยมีชิงอิ่ง เสี่ยวหงและอู๋ตี้คอยคุ้มกันด้านหลังเอาไว้ให้
กลุ่มคนชุดขาวที่ได้สูญเสียจำนวนสมาชิกไปมากกว่าครึ่งนั้นไม่อาจไล่ตามมู่เฉียนซีได้ทัน จึงทำให้พวกนางหนีเข้าไปในเทือกเขาว่านหานได้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นยอดฝีมือขั้นสูงเต็มขั้น แต่หากจะให้ตามหาตัวคนในเทือกเขาอันกว้างใหญ่นี้แล้วก็คงจะต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย
เมื่อได้สลัดศัตรูทิ้งไปแล้ว มู่เฉียนซีก็เดินไปพร้อมกับจัดการปากแผลของเหลิ่งหนิงจือไปด้วยพร้อมกัน
ในตอนนี้นับว่าเหลิ่งหนิงจือเป็นคนของนางแล้ว แน่นอนว่าก็จะไม่จัดการอย่างให้พอผ่านไปทีเหมือนดั่งคราวก่อนหน้านี้
มู่เฉียนซีกล่าว “อู๋ตี้ เสี่ยวหง ไปหาสถานที่พักผ่อนสักที่หนึ่ง”
“ได้!”
จากนั้นอู๋ตี้และเสี่ยวหงก็ได้พบกับถ้ำสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง โดยที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นถูกอู๋ตี้และเสี่ยวหงใช้กำลังขับไล่ไปเสียแล้ว
ในที่สุดเหลิ่งหนิงจือก็ได้พักผ่อนเสียที มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ในที่สุดก็สามารถเปลี่ยนสิ่งรุงรังทั้งตัวนี่ออกได้เสียที”
เหลิ่งหนิงจือมองที่มู่เฉียนซีอย่างพิจารณา ชุดคลุมเสื้อผ้าทั้งตัวนี้ดูไม่ธรรมดา มันดูไม่เหมือนสิ่งของในโลกทั้งสี่ทิศเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองดูแล้วก็คาดเดาได้ว่าคงจะเป็นสิ่งที่อยู่ในแดนซวนเทียน และก็มีแค่เพียงมู่หลินหลางเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่สามารถสวมใส่ได้
แต่หญิงสาวตรงหน้านี้กลับมีท่าทางที่ดูเหมือนว่ารังเกียจมัน หา