วหรือ? วิปริตน่า! เหลิ่งหนิงจือกล่าวโต้แย้งอยู่ภายในใจ
ถ้าหากมู่หลินหลางรู้เข้าว่าตราประทับวิญญาณของตนถูกจักรพรรดิแห่งภูตผู้หนึ่งลบล้างเข้าเสียง่ายดายเช่นนี้ คาดว่าคงจะกริ้วเสียจนพุ่งชนกำแพงไปแล้วกระมัง!
มู่เฉียนซีเอ่ยขึ้น “ชิงอิ่ง พวกนั้นเองก็มาถึงแล้ว เตรียมตัวลงมือ!”
ผู้เป็นหัวหน้าที่นำมานั้นถือหยกทองคำก้อนหนึ่งพร้อมเอ่ยขึ้น “มันควรที่จะอยู่ที่นี่สิ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”
“รึว่า…”
ปัง! ยังไม่ทันได้รอให้พวกเขาคิดหาสาเหตุออกมาได้ ชิงอิ่งก็ได้ลงมือกับพวกเขาเสียแล้ว
พลังสองพลังปะทะเข้าด้วยกัน พวกเขาได้ถอยหลังออกไป
“พวกเจ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย ในที่สุดก็ถูกพวกเราหาเจอจนได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย้ยหยัน “พวกเจ้าหาตัวพวกเราพบแล้ว แต่ว่าจะสามารถทำอะไรพวกเราได้หรือ?”
เมื่อเห็นมู่เฉียนซี ดวงตาคู่นั้นของผู้เป็นหัวหน้าก็เกิดเพลิงพิโรธพุ่งขึ้นพลัน ล้วนแต่เป็นเพราะสตรีผู้นี้ ที่ทำร้ายให้ต้องสูญเสียเหล่าพี่น้องไปมากมายเช่นนั้น
“สมควรตายนัก! เจ้ายังใช้ใบหน้าของพระนางอยู่อีก เจ้าคิดว่าเจ้ายังสามารถใช้ใบหน้าของพระนางมาทำให้พวกเราสับสนได้อีกเป็นครั้งที่สองรึ?” เขากล่าวอย่างดุดัน และแทบอดไม่ได้ที่จะแยกร่างของมู่เฉียนซีออกเป็นแปดส่วน
มู่เฉียนซีกล่าว “เดิมทีข้าก็มีรูปลักษณ์เช่นนี้ มันเป็นธรรมชาติ มากล่าวว่าข้าใช้ใบหน้าพระนางของพวกเจ้า ทำไมพวกเจ้าถึงไม่พูดว่าพระนางของพวกเจ้าใช้ใบหน้าของข้าเล่