ตรวจดูนั้น ถ้าหากว่ามีผู้ต้องการที่จะทำร้ายนางก็สามารถจะทำร้ายอย่างหนักหนาสาหัสได้โดยง่ายดายสบายมือ ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วก็มักจะไม่มีใครยอมเช่นนี้
แต่เหลิ่งหนิงจือกลับกล่าวอย่างสงบนิ่งนัก “แน่นอน ในตอนนี้ชีวิตข้าเป็นของคุณหนูใหญ่แล้ว”
เมื่อเหลิ่งหนิงจือเปิดปล่อยวิญญาณของตัวเองแล้ว มู่เฉียนซีก็พบตราประทับสีเหลืองทองอยู่ตราหนึ่ง
มู่เฉียนซีคิดอยากที่จะลูบลบมันอย่างหยาบกระด้าง เหลิ่งหนิงจือก็ตกตะลึงเป็นการใหญ่
“มิได้! พลังจิตของมู่หลินหลานนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก การฝืนบังคับลบมันมิเพียงแต่จะไม่เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ท่านยังจะถูกมันกลืนกินอีกด้วย”
เหลิ่งหนิงจือหวาดกลัวเป็นอย่างมาก การช่วยนางทั้งสองครั้งนั้นความสามารถช่างน่าตกตะลึงนัก และตอนนี้มันก็กำลังจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับหญิงสาวผู้ไม่ธรรมดาที่หาพบได้ยากเสียแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เหลิ่งหนิงจือประหลาดใจก็คือ มิเพียงแต่มิเกิดอะไรขึ้นกับมู่เฉียนซี แต่กลับกันตราประทับวิญญาณนั้นได้ถูกมู่เฉียนซีลบออกไปเสียแล้ว
มู่เฉียนซีได้ดึงเอาพลังวิญญาณของตนเองกลับไป ถึงแม้ว่าท่าทางดูเหมือนจะสิ้นเปลืองพลังวิญญาณมากเกินไปบ้าง แต่ก็มิได้มีเรื่องใหญ่แต่อย่างใด
“ท่าน…ท่าน…” เหลิ่งหนิงจือแทบที่จะเป็นหินสลักไปเสียแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “แม้ว่าระดับขั้นพลังวิญญาณของข้าจะต่ำ แต่พลังวิญญาณของข้าก็ยังนับได้ว่าไม่เลว ข้าจะไม่ทำเรื่องที่ไม่มั่นใจหรอก”
นี่เพียงแค่ไม่เล