กับนายน้อยเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหานนางยังกล้าตบหน้า แถมยังตบจนหมดสติไปเช่นนี้อีก
มู่เฉียนซีกวาดสายตามองเจ้าหมอนี่ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ตำหนักเป่ยหานมีแต่พวกนิสัยไม่ได้เรื่อง!
ถึงแม้ว่านางจะไม่เคยเห็นหน้าหัวหน้าตำหนักผู้นั้น แต่อบรมเลี้ยงดูบุตรชายให้ออกมามีนิสัยแย่ถึงเพียงนี้ได้นั้น ก็คาดว่าจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้เป็นภัยต่อเสี่ยวไป๋ ครั้งนี้นางจะต้องเอาเสี่ยวไป๋ออกมาจากตำหนักเป่ยหานให้ได้
นายน้อยเจ็ดเป็นลมหมดสติไปไม่มีกำลังในการต่อสู้แล้ว อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เห็นมู่เฉียนซีมองมาที่นาง นางจึงรีบยกมือปิดหน้าตัวเองทันที
แรงตบฝ่ามือนั้นของมู่เฉียนซีมันน่ากลัวเกินไปแล้ว นางไม่อยากให้ใบหน้าของนางกลายเป็นเช่นนั้น!
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าหมอนี่เป็นลมหมดสติไปแล้ว ยังมีที่ว่างอยู่อีกที่หนึ่ง! คุณหนูอวิ๋นเข้าไปเถอะ…”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จะกล้าได้อย่างไรกันเล่า นางกล่าว “ขะ ข้า…ข้าไม่เอาแล้ว ข้าสละสิทธิ์…”
นางขณะที่กล่าวนั้น นางก็หันหลังวิ่งหนีไปทันที ราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังไล่ล่านางอยู่ก็มิปาน
ทางออกของถ้ำน้ำแข็งมีคนเข้ามาอีกแล้ว และเมื่อเห็นหน้ามู่เฉียนซี คนผู้นั้นก็กล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ในที่สุดข้าก็มาทันจนได้”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “ไม่เลวเลยนี่!”
เขาดีอกดีใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังพบว่ามีที่ว่างเหลืออยู่อีกหนึ่งที่ เขาก็นับว่ามาช้ามากแล้ว แต่เหตุใดถึงยังมีที่ว่