างเหลืออยู่อีกล่ะ
“นะ นี่มัน นายน้อยเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหาน…”
เมื่อเขาเห็นร่างนายน้อยเจ็ดก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นายน้อยเจ็ดผู้นี้มานอนหมดสติอยู่ตรงนี้ และดูเหมือนว่าจะโดนพิษเข้าแล้ว นี่มันเป็นฝีมือพี่ใหญ่ของพวกเขามิใช่หรือ?
สมกับที่เป็นพี่ใหญ่จริง ๆ! แม้แต่นายน้อยเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหานก็โดนพิษจนได้
ในตอนนี้เอง แท่นทรงกลมเก้าแท่นนั้นก็ได้เริ่มเปล่งแสงประกายออกมา มู่เฉียนซีกล่าว “อย่ามัวแต่อึ้งอยู่เลย จะต้องเข้าไปในสระหานซินแล้ว”
แท่นทรงกลมทั้งเก้าแท่นเป็นค่ายกลส่งตัวขนาดเล็ก ค่ายกลส่งตัวนี้ส่งพวกเขาไปในทะเลสาบสีฟ้าอันเย็นยะเยือกแห่งหนึ่ง อากาศหนาวเย็นจนแข็งไปถึงกระดูกแผ่ซ่านออกมา
มีคนอุทานขึ้นว่า “ที่นี่คือสระหานซิน!”
“ยิ่งเป็นแกนกลางของสระหานซิน ผลที่ได้ก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก พวกเรารีบลงไปเถอะ”
ตูม ตูม ตูม! พวกเขากระโดดลงไปในสระหานซินอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาลงไปในสระหานซิน ก็รับรู้ได้ถึงความหนาวเหน็บที่ถาโถมเข้ามาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
มิน่าล่ะว่าเหตุใดถึงต้องมีการทดสอบที่ถ้ำน้ำแข็ง เพราะหากแม้แต่ความหนาวเหน็บของถ้ำน้ำแข็งยังไม่สามารถต้านทานได้แล้วละก็ การลงมาในสระหานซินก็เท่ากับลงมาหาความตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปรารถนาอยากได้ตำแหน่งแกนกลางของสระหานซิน แต่เพียงเข้าใกล้เพียงครึ่ง พวกเขาก็ทนไม่ไหวปากกลายเป็นสีม่วงไปแล้ว
ทุกคนต้องรู้จักประมาณตน มิเช่นนั้นพ