นซีขยับมันก็ได้ถีบอวิ๋นเหยียนเอ๋อร์จากด้านหลังให้กระเด็นลอยออกไป
“โอ๊ย!” อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์ตื่นตระหนกร้องโอดโอยออกมา นายน้อยเจ็ดรีบเข้าไปคอยรับตัวนางอย่างรีบร้อน
อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์เก็บงำความเคียดแค้นอย่างที่สุดเอาไว้ หญิงสาวที่มีฐานันดรอันต่ำต้อยกล้าที่จะมาถีบนาง! ถีบนาง! แม้แต่บิดาของนางยังมิกล้าทำกับนางเช่นนี้
นายน้อยเจ็ดกล่าว “หญิงสาวผู้นั้นมันจะมากเกินไปแล้ว ข้าจะล้างแค้นให้เจ้า!”
อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์กล่าว “ไม่ต้องหรอกนายน้อยเจ็ด การที่ผู้ที่มีฐานันดรต่ำดั่งเช่นแม่นางผู้นั้นจะมีโอกาสเช่นนี้ได้ มันก็ไม่ง่ายดายนัก พวกเราจะล่วงเกินมากเกินไปนักมิได้ เพื่อที่จะมิให้คนเขาไปกล่าวกันว่าพวกเราเอาอำนาจไปรังแกผู้อื่น”
“เรื่องนี้จะปล่อยให้จบไปเช่นนี้มิได้เป็นอันขาด!” นายน้อยเจ็ดกัดฟันกล่าว
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เจ้าคิดที่จะผิดคำพูดเช่นนี้รึ? ได้ยินมาว่าเจ้ายังเป็นนายน้อยเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหานอีกด้วย! นั่นเป็นถึงกลุ่มกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสามที่มีชื่อเสียงโด่งดังเชียว เจ้าพูดแล้วคืนคำเช่นนี้มิกลัวว่าจะขายหน้าเสียจนสิ้นหรือ?”
นายน้อยเจ็ดกล่าว “ที่ข้ารับปากเอาไว้คือการไม่แย่งตำแหน่งที่กับเจ้า! แต่ข้ามิได้รับปากเอาไว้ว่าจะไม่สั่งสอนเจ้าให้ดีเสียหน่อยสักครา!”
“ส่วนเรื่องขายหน้านั้น สิ่งที่ข้ากระทำไปในวันนี้ มีผู้ใดกล้าพูดกล่าวออกไปรึ?”
คนอื่น ๆ อีกเจ็ดคนกล่าวออกมา “นายน้อยเจ็ดจงวางใจ เรื่องใน