ล้ว“แม่นาง เจ้าเป็นคู่ต่อสู้กับข้า รีบปล่อยตัวอวิ๋นเหยียนเอ๋อร์”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเป็นไอ้โง่สิถึงจะยอมปล่อยตัวประกันไป!”
“แล้วเจ้าจะเอาเช่นไรกันแน่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตำแหน่งที่ของข้า ข้าต้องการมัน! ส่วนตัวเจ้าเองรักใคร่ในสาวงามเช่นนี้ เช่นนั้นก็ยกตำแหน่งที่ของเจ้าให้แก่สาวงามไปก็ได้แล้ว”
“เป็นไปไม่ได้!” นายน้อยเจ็ดกล่าว “ข้าสามารถที่จะไม่แย่งชิงตำแหน่งที่ของเจ้าได้ แต่เจ้าต้องปล่อยตัวนางเสีย หากเจ้ากล้าทำร้ายอวิ๋นเหยียนเอ๋อร์ละก็ ถึงแม้ว่าข้าจะมิได้ทำอะไรเจ้า แต่วังอวิ๋นซิงก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่นอน”
อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์เองก็พยักหน้าแล้วกล่าว “แม่นาง ข้ามิได้ตั้งใจที่จะแย่งชิงตำแหน่งที่กับเจ้า แต่ข้าอยากที่จะบรรลุมากเกินไปก็เท่านั้น เจ้าอย่าได้บุ่มบ่าม ถ้าหากว่าทำให้ข้าบาดเจ็บแล้วละก็ บิดาของข้าก็จะโกรธเอาได้นะ”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยอาการท่าทางเสมือนหวาดกลัว “ได้ยินมาว่าวังอวิ๋นซิงเป็นกองกำลังขั้นสำนักนิกายระดับสองที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าผู้ที่มาจากกลุ่มกำลังที่มิมีแม้แต่ระดับขั้นนิกายใดนั้นมิกล้าไปล่วงเกิน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเหยียนเอ๋อร์ก็มิได้หวาดกลัวอีกต่อไป และถึงขนาดที่มีความรู้สึกอันเหนือกว่าอย่างเข้มข้น
นางกล่าว “เจ้ารีบปล่อยตัวข้าเถอะ! ข้าจะไม่จดจำคิดแค้นหรอก”
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “ตกลง! ข้าจะปล่อยตัวสาวงามผู้นี้ ข้าจะคืนนางให้เจ้าเสีย”
ทันทีที่ขาของมู่เฉีย