อยช่วยเหลือนาง หากคิดที่จะผ่านไปได้ มันคงไม่ง่ายนัก
หลังจากวนไปวนมาอยู่ที่เดิมสักพักหนึ่ง มู่เฉียนซีจึงใช้วิธีการที่หยาบที่สุดในการบุกฝ่ากระบวนค่ายกลนี้ นั่นก็คือการใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งที่สุด!
พลังวิญญาณแผ่ออกไปและสัมผัสได้ถึงพลังที่โคจรอยู่ในค่ายกลนั้น สัมผัสได้ถึงกฎความเป็นไปตามธรรมชาติภายในนั้น นางคิดว่าอย่างไรเสียก็ต้องหาจุดอ่อนจนพบ
แน่นอนว่านั่นต้องใช้ความอดทน แล้วก็ต้องมีพลังจิตที่มาสนับสนุนอย่างเพียงพอ มิเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่จะใช้วิธีอันหยาบกระด้างเช่นนี้ได้สำเร็จ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด มู่เฉียนซีที่หลับตาทั้งสองข้างอยู่ก็ได้ลืมตาขึ้นมา
กระบี่มังกรเพลิงได้ถูกนางนำออกมาแล้ว มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “คงจะเป็น ที่ตรงนั้นเสียแล้ว”
“บัวแดงพิฆาต!” ดอกบัวเพลิงดอกหนึ่งได้เบ่งบานออกในทันทีและพุ่งไปทางมุมนั้น
บึ้ม! เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นเสียงหนึ่ง หมอกที่กักขังมู่เฉียนซีเอาไว้ได้กระจายตัวออกไปทั้งหมด
มู่เฉียนซีพุ่งฝ่าออกไป มุมปากของนางก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็ทำลายค่ายกลได้เสียที
หลังจากที่พุ่งออกมาแล้ว มู่เฉียนซีก็มองเห็นปากถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำหานปิง
ตอนนี้ที่ปากถ้ำถูกปิดเอาไว้อยู่ ยังไม่สามารถเข้าไปได้
“พวกเราเป็นผู้ที่ฝ่าค่ายกลออกมาเป็นผู้แรกอย่างแน่นอน ที่นี่ยังจะมีผู้ใดสามารถเทียบกับนายน้อยเจ็ดของพวกเราได้อีก”
มุมปากของมู่เฉียนซีก่อเป็นรอยยิ้มอันเบาบาง ยังไม่ทันได้มองดูว