่าที่แห่งนี้มีผู้อื่นหรือไม่ก็ปล่อยคำพูดเช่นนี้ออกมาเสียก่อนแล้ว อีกสักครู่ เดี๋ยวหน้าก็คงจะบวมเสียจนน่าเกลียดเป็นแน่เจ้าพวกคนหนุ่มเอ๋ย!
เป็นดั่งที่คาดเอาไว้ หลังจากที่คนกลุ่มนั้นออกมาแล้วและได้เห็นสาวน้อยที่ยืนเด่นอย่างภาคภูมิอยู่นั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาก็หายไป
สายตาของมู่เฉียนซีมองไปยังตัวของพวกเขาอย่างเกียจคร้าน คนเหล่านี้แต่งตัวไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป
โดยเฉพาะบุรุษผู้ที่ถูกกลุ่มคนล้อมรอบเอาไว้นั้นสวมใส่อาภรณ์สีขาวตลอดทั้งตัว ละเอียดประณีตไม่ธรรมดา รูปลักษณ์งดงาม บนใบหน้านั้นเผยความเย็นชาที่ปฏิเสธขับไล่ให้ผู้อื่นนั้นอยู่ห่างจากตนออกไปเป็นพันลี้
เขามองกวาดมาที่มู่เฉียนซีอย่างหยิ่งทะนง แต่ก็มิได้พูดกล่าวอะไร
ผู้ที่กล่าวประจบประแจงผู้นั้นแทบอดไม่ได้ที่จะตบปากของตนเอง เขามองถลึงตาไปทางมู่เฉียนซีอย่างดุดันอยู่คราหนึ่ง ล้วนแต่ต้องโทษที่เด็กสาวผู้นี้นั้นมาก่อน ครานี้นายน้อยเจ็ดไม่ปล่อยเขาไปแน่
จากนั้นก็ได้มีคนทยอยเดินออกมา
เมื่อได้เห็นนายน้อยเจ็ดแล้วก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปกล่าวประจบประแจง ดวงตาของมู่เฉียนซีหมุนกรอกขึ้นทันที ดูท่าแล้วนายน้อยเจ็ดผู้นี้จะมีชื่อเสียงไม่เบา
มาจากสำนักนิกายระดับสองสำนักใด รึว่ามาจากตำหนักเป่ยหานกัน?
ผู้ที่เข้ามานั้นมีมิน้อย แต่ผู้ที่ผ่านเขาวงกตได้กลับมีไม่มาก
ดูเหมือนว่าจะรอจนไม่ไหวแล้ว นายน้อยเจ็ดผู้นั้นเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าช้านัก”
คนอื่น ๆ นั้นก็มิได้