” คนผู้นั้นที่ถูกบิดมือกล่าวพลางร้องไห้
ยังอีกตั้งเจ็ดวัน ก่อนที่หุบเขาหานซินจะเปิด มู่เฉียนซีจึงไม่ได้รีบไปนัก และยังคงฝึกฝนกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
ปัง ปัง ปัง! เหลิ่งหนิงจือเป็นเหมือนมนุษย์ล่องหนที่คอยตามติดมู่เฉียนซีก็มิปาน
หญิงสาวผู้นี้ที่อยู่ตรงหน้า นางมีไหวพริบ โหดเหี้ยม ความแข็งแกร่งของนางจึงเพิ่มระดับขึ้นได้ด้วยความรวดเร็ว
ปัง! มู่เฉียนซีล้มหมีแพนด้าตัวใหญ่และร่างกายก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังวิญญาณ
นางกล่าวเสียงเบาว่า “ระดับจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่หนึ่งเต็มขั้นเองหรือ? ความเร็วเช่นนี้ ยังไม่เพียงพอ”
แม้ว่าเสียงของมู่เฉียนซีจะเบา แต่เหลิ่งหนิงจือกลับได้ยินอย่างชัดเจนและมุมปากของนางก็ค่อย ๆ กระตุกเล็กน้อย
ในเวลาเจ็ดวันจากระดับจักรพรรดิแห่งภูตขั้นต้นมาถึงเต็มขั้น ความรวดเร็วกลับยังไม่พอ?
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เวลาใกล้เข้ามาแล้ว พวกเรารีบไปที่หุบเขาหานซินกันเถอะ!”
เหลิ่งหนิงจือพยักหน้ากล่าว “อืม!”
หุบเขาหานซินเป็นหุบเขาปิดที่เปิดเพียงครั้งเดียวในทุกสามปีและเมื่อมู่เฉียนซีและพวกมาถึง หุบเขาหานซินก็ได้เปิดขึ้นแล้ว
นอกจากหุบเขาก็ไม่มีใครอื่น แต่กลับมีกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเรามาสายไปหน่อย รีบตามไปเร็วเข้า”
เงาสีม่วงวิ่งเข้าไปในหุบเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เหลิ่งหนิงจือเองก็รีบไล่ตามไป จำเป็นต้องรีบไล่ตามคนเหล่านั้นเพื่อสอบถามสักหน่อยถึงจะได้
หุบเขาหา