หนิงจือค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น นางยิ้มขึ้นอย่างมีเสน่ห์ดุจดั่งดอกกุหลาบเบ่งบานก็มิปาน
“น้องสาว ข้าลงมือช่วยชีวิตเจ้าไว้! เจ้าก็ควรจะตอบแทนข้าสักหน่อยใช่ไหมล่ะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าไล่คู่ซ้อมของข้าไปหมดแล้ว ดังนั้นเจ้าจะมาแทนที่พวกมันใช่หรือไม่?”
กล่าวจบ มู่เฉียนซีก็เป็นฝ่ายจู่โจมไปที่เหลิ่งหนิงจือ นางโจมตีไปอย่างรุนแรง
ปัง! เหลิ่งหนิงจือก็ใช้พลังธาตุน้ำแข็งเริ่มโจมตีมู่เฉียนซีเช่นกัน
“ทักษะโยวหลัว!” เมื่อมู่เฉียนซีโจมตีไป ก็สามารถทำลายกำแพงน้ำแข็งของนางได้
ปัง!
ร่างในชุดม่วงและชุดแดงต่อสู้กันไปมา ภายในชั่วพริบตาเดียวก็ต่อสู้กันไปสิบกว่ากระบวนท่า
มู่เฉียนซียั้งมือ และเว้นระยะห่างจากเหลิ่งหนิงจือพอสมควร
เหลิ่งหนิงจือกล่าว “เมื่อครู่เป็นข้าเองที่ยุ่งเรื่องของเจ้า ถึงแม้ว่าขั้นพลังวิญญาณของเจ้าจะต่ำ แต่การต่อสู้สนามจริงของเจ้าก็ไม่ได้อ่อนแอเลย”
มู่เฉียนซีกล่าว “ฟื้นตัวได้เร็วเหมือนกันนี่ ตอนนี้พลังของเจ้าก็ลดลงมาถึงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่งแล้ว”
เหลิ่งหนิงจือตกใจเล็กน้อย “เจ้าเป็นคนช่วยข้าเอาไว้เหรอ”
อาการบาดเจ็บของนาง นางรู้ดีว่าคงต้องตายกลายศพเย็น ๆ แล้ว
แต่ตอนนี้นางยังมีชีวิตอยู่ อีกอย่างพลังวิญญาณของนางก็ยังคงอยู่ที่ขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูต มีคนช่วยนางไว้!
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วพลางกล่าว “ไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใครล่ะ!”
เหลิ่งหนิงจือค่อย ๆ เข้าไปใกล้มู่เฉียนซีอย่างช้า ๆ นางยิ้มอย่างมีเส