าเขาจะไร้ซึ่งกลิ่นอายใด ๆ หน้าตาบุรุษชุดดำนี้เหมือนเฟิงอวิ๋นซิวมาก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดำสนิท
ภายใต้แสงจันทร์ เฟิงอวิ๋นซิวสวมชุดสีดำแดงยืนอยู่ แสงเย็นวาบผ่านดวงตาสีอำพันคู่นั้น
“นี่เจ้า…นี่เจ้ากล้าฆ่าข้า เจ้า…เจ้าจะทรยศพระนางอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ความดีความชอบยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าจะให้เจ้ารับไปได้อย่างไรกันเล่า ชีวิตบุตรสาวของมู่เฟิงอวิ๋น ข้าจะเอามาด้วยตัวของข้าเอง แล้วจะกลับไปรายงานกับพระนางด้วยตัวข้าเอง! ภารกิจการแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ของเจ้าล้มเหลว ฉะนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว” เงาดำนั้นลงมืออีกครั้ง
หรงเหรินไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ เขายิ้มพลางกล่าวว่า “ได้ตายด้วยทักษะเฉพาะของคนตระกูลเฟิง ข้าไม่เสียใจเลย! แต่เฟิงอวิ๋นซิว ทางที่ดีเจ้าพูดแล้วก็ทำให้ได้ด้วยล่ะ มิเช่นนั้นการทรยศหักหลังพระนาง เจ้าจะต้องตายอย่างน่าสังเวชยิ่งกว่าข้าแน่นอน!”
ตุบ! จากนั้นร่างของหรงเหรินก็ล้มลงไปอยู่ในกองเลือด
ลูกน้องของหรงเหรินเหล่านั้นต่างก็ตกใจหวาดกลัวจนตัวสั่น รีบคุกเข่าลงและกล่าวว่า “นายน้อยเฟิงได้โปรดไว้ชีวิตด้วย ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!”
ในตอนนี้พวกเขาพยายามขอร้องอ้อนวอน ไม่มีท่าทางดูถูกเหยียดหยามเฟิงอวิ๋นซิวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
พวกเขาลืมไปได้อย่างไร ว่าถึงแม้นายน้อยเฟิงจะมาอยู่ในดินแดนที่มีพลังต่ำเช่นนี้ แต่ทักษะลับของตระกูลเฟิงมั