ริ่มเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกเขา
พวกเขาร้องตะโกนขึ้น “หัวหน้า ช่วยด้วย!”
“หัวหน้า!”
“บ้าจริง! นั่นมันคืออะไรกันแน่?” สีหน้าของหรงเหรินพลันหม่นหมองลง เขาได้อัดพลังทั้งหมดแล้วตบเฟิงอวิ๋นซิวปลิวไปในฝ่ามือเดียว
พรวด! เฟิงอวิ๋นซิวกระแทกลงบนพื้น สีหน้านั้นซีดขาวเสียจนขยับไม่ได้แล้ว
หรงเหรินพุ่งเข้าไปร่วมประมือชิงอิ่งพร้อมน้องชายของเขา มู่เฉียนซีได้ไปดูสถานการณ์ของเฟิงอวิ๋นซิวก่อนแล้วและรีบทำการรักษาให้เขา
เฟิงอวิ๋นซิวที่อยู่ตรงหน้าได้ลุกยืนขึ้นมาแต่กลับถูกมู่เฉียนซีกดตัวให้นั่งลง “ตอนนี้เจ้าควรพักผ่อน! พลังความสามารถของชิงอิ่งได้เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาไม่มีปัญหาหรอก”
หลังจากได้ประมือกับชิงอิ่งไปหลายสิบกระบวนท่า สีหน้าของหรงเหรินก็ยิ่งตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดเข้าไปทุกที
“นึกไม่ถึงเลยว่าโลกทั้งสี่ทิศแห่งนี้จะมีหุ่นเชิดขั้นนี้อยู่! อีกทั้งยังเป็นของผู้ที่เป็นจักรพรรดิแห่งภูตผู้หนึ่ง นี่มันช่างสิ้นเปลืองของขั้นชั้นสวรรค์เสียจริง!”
ดวงตาของเขาเผยแววแห่งความโลภออกมา แน่นอนว่าเขาไม่กล้าที่จะยึดเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาไว้ผู้เดียว แต่ถ้าหากว่าได้หุ่นเชิดนี้มาละก็ คงจะได้ประโยชน์ในการท่องไปทั่วโลกทั้งสี่ทิศเป็นอย่างมาก!
ดังนั้นแล้วเขายิ่งโจมตีชิงอิ่งอย่างสุดชีวิตเข้าไปอีก
“ท่านพ่อ!” เสียงร้องโหยหวนของไป๋เหยียนเอ๋อร์ดังลอยมา
กระบี่ของหลิงได้แทงเข้าไปในร่างของไป๋อู๋ห่ายจนปรากฏเป