หลังจากที่ไป๋อู๋ห่ายตามมาทันแล้ว ต่อมาหรงเหรินและพวกก็ตามมาถึงแล้วเช่นกัน
มู่เฉียนซีถูกพวกเขาห้อมล้อมอย่างสมบูรณ์ และครั้งนี้ก็ยากที่จะหนีได้จริง ๆ แล้ว
หรงเหรินกล่าวด้วยอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าหนีไม่พ้นหรอก! เจ้าคิดว่าพิษเหล่านั้นของเจ้าจะสามารถขวางพวกข้าได้อย่างนั้นเหรอ?”
ถึงแม้ว่าเขาจะพูดเช่นนี้ แต่ตอนที่ลงมาหากไม่ใช่เพราะเขาเอายาแก้พิษติดตัวมาด้วยละก็ คาดว่าร่างกายของเขาตอนนี้คงจะรับไม่ได้แน่
หรงเหรินกล่าว “ลงมือ! รีบจับตัวนางมาให้ได้”
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเขานั้นสูงกว่าขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ในดินแดนสี่ทิศ พลังความแข็งแกร่งจึงถูกยับยั้งลงก็เท่านั้น
ตอนที่ถูกมู่เฉียนซีโจมตีด้วยกระบวนท่าอย่างคาดไม่ถึงที่ตำหนักตงจี๋พวกเขาวิ่งหนี แต่ตอนนี้รับมือกับมู่เฉียนซีเพียงคนเดียว พวกเขาทำได้สบายมาก!
ฝ่ามือวายุ หมัดวายุ และกระบี่พุ่งตัดผ่านอากาศตรงไปที่มู่เฉียนซี
“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!” ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้ มู่เฉียนซีก็ไม่ยอมยืนเฉยให้จับแน่นอน
กระบี่มังกรเพลิงกวัดแกว่งตัดผ่านอากาศ นางตะโกนขึ้นอย่างเย็นชาว่า “บัวแดงพิฆาต!”
บัวอัคคีสีแดงฉานปะทะกับยอดฝีมือขั้นสูงสุดหลายคน เสียง ตูม! ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจนพื้นดินเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่!
แม้แต่กำแพงเมืองตงจี๋ก็เกิดรอยแตกร้าวขึ้นแล้ว!
คนชุดขาวถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนสีหน้าของมู่เฉียนซีในตอนนี้ไม่