านพ่อ ท่านพ่อ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!”
พรวด! มู่เฉียนซีเองก็กระอักเลือดคำโตออกมาแล้วเช่นกัน และพลังวิญญาณของนางก็ถดถอยลงไปถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่งแล้ว
ส่วนคนชุดขาวเหล่านั้นในเวลานี้ได้พุ่งเข้ามาหามู่เฉียนซีแล้ว ด้วยพลังของนางในตอนนี้ไม่สามารถหลบหนีได้
สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งขรึมลง ทำได้เพียงแค่หนีแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสเปิดเผยสุ่ยจิงอิ๋งก็ตาม นางจำเป็นต้องไป!
และในขณะที่คนเหล่านั้นจะเข้าถึงตัวมู่เฉียนซี ลำแสงสีเขียวอ่อนก็ได้เปล่งประกายขึ้นและห่อหุ้มร่างมู่เฉียนซีไว้
มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวที่อยู่ในแหวนมังกรเทพวารีนั้น สีหน้าของนางเผยความดีใจออกมา
ชิงอิ่งตื่นขึ้นมาแล้ว
คราก่อนเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดนั้นขึ้น ถึงแม้ว่านางจะศึกษาตำราหุ่นเชิดนั้นมากมายหลายอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าต้องช่วยชิงอิ่งเช่นไร และชิงอิ่งมาจากไหน
ร่างสีเขียวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี เส้นผมดำขลับดุจดั่งแพรไหมสยายยาวลงไป ใบหน้านั้นน่าทึ่งประดุจภาพวาดหมึกก็มิปาน
ดวงตาที่สงบคู่นั้นพลันลึกล้ำขึ้นมา เขามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “เฉียน!”
สามารถเรียกชื่อนางได้ นั่นหมายความว่าชิงอิ่งในตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “ชิงอิ่ง เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว!”
“อืม!”
คนชุดขาวเหล่านั้นเห็นชิงอิ่งปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ก็มองเขาด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง “ท่าน ได้โปรดอย่า