หลังจากทำร้ายเฟิงอวิ๋นซิวด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวไปแล้ว หรงเหรินโบกมือและพูดว่า “การเล่นกับคนอย่างเจ้านับเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยแท้!”
“พวกเจ้า! เฝ้าดูนายน้อยของพวกเจ้าเอาไว้ให้ดี อย่าได้ให้เขาก้าวออกไปจากที่นี่แม้เพียงครึ่งก้าว!”
เฟิงอวิ๋นซิวตะคอกกล่าวออกมา “หรงเหริน เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”
หรงเหรินหันกลับมาย้อนถาม “นายน้อยเฟิง ท่านจะทรยศพระนางเพื่อตัวปลอมผู้หนึ่งหรือ?”
ดวงตาของเฟิงอวิ๋นซิวพลันหรี่เล็กลง หรงเหรินจึงยิ้มแล้วกล่าว “หึ หึ หึ!ข้าพูดล้อเล่น เจ้าจะไปทรยศพระนางได้อย่างไรเล่า?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “หรงเหรินเจ้าจงฟังเอาไว้ให้ดี เฉียนซีมิใช่ตัวปลอม! นางก็คือนาง! แล้วอีกอย่าง ถ้าหากเจ้ากล้าทำร้ายนางละก็ ข้าจะต้องให้เจ้าได้ชดใช้ ข้าพูดได้ทำได้!”
หรงเหรินตะลึงงันเล็กน้อย ดวงตาสีเหลืองอำพันอันงดงามคู่นั้นได้แผ่ซ่านประกายอันเย็นยะเยือกออกมา นั่นทำให้เขาไม่กล้าที่จะมองข้ามในคำพูดกล่าวของเฟิงอวิ๋นซิว
ไม่ว่าพลังความสามารถจะพัฒนาไปอย่างเชื่องช้าเพียงใดในพื้นที่อันต่ำต้อยนี้ แต่กับผู้ที่เป็นคนของตระกูลเฟิง เขานั้นไม่กล้าที่จะดูเบา
หรงเหรินแค่นยิ้มออกมาแล้วกล่าว “จะให้ข้าได้ชดใช้ หึ ข้าจะรอ!”
หลังก้าวออกจากโถงใหญ่ของเฟิงอวิ๋นซิว หรงเหรินก็ได้ออกคำสั่ง “ถ่ายทอดคำสั่งไป ถ้าหากว่ามู่เฉียนซียังไม่มาหลังจากนี้อีกสามวันข้าจะฆ่าคนผู้หนึ่ง! หลังจากผ่านไปหกวันชีวิตข