่งอกไปเปราะหนึ่ง
ส่วนเฟิงอวิ๋นซิวมีจื่อโยวกับซิงเฉินอยู่ น่าจะไม่มีปัญหากระมัง!
ทว่า สถานการณ์กลับผันเปลี่ยน ลไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่มู่เฉียนซีได้จินตนาการเอาไว้ ในขณะที่ซิงเฉินกำลังจะตีเฟิงอวิ๋นซิวให้สลบ จู่ ๆ ร่างหลายร่างก็พรวดเข้ามา
พลังพลังหนึ่งโจมตีค้อนสีทองของซิงเฉินออกไป
น้ำเสียงอันเย้ยหยันเสียงหนึ่งดังขึ้น “นายน้อยเฟิง ดูท่าเจ้าจะยิ่งอ่อนด้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว แม้แต่พวกมดปลวกเหล่านี้ก็รับมือไม่ได้”
คนผู้นี้เป็นชายหนุ่มสวมชุดสีขาว ดู ๆ แล้วอายุน่าจะประมาณสามสิบปี แต่พลังความแข็งแกร่งกลับยากที่จะหยั่งรู้ได้
เฟิงอวิ๋นซิวรู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนแปลกหน้า แต่เมื่อพวกเขาเรียกเขาว่า ‘นายน้อยเฟิง’ เช่นนี้ เขาก็รู้ทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่คนในดินแดนสี่ทิศ
ดินแดนสี่ทิศมีการยับยั้งพลังของพวกเขาเอาไว้ที่ขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า แต่เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขารับมือกับคนอื่นได้
สีหน้าของจื่อโยวและซิงเฉินพลันเปลี่ยนไป หนึ่งในกลุ่มคนพวกนี้มองไปที่พวกเขาสองคนและกล่าวว่า “แต่จะโทษนายน้อยเฟิงก็ไม่ได้ อยู่ในที่ระดับต่ำนี้มานาน ไม่คิดจะพัฒนาตนให้ก้าวหน้ามันก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เฮ้อ แถมยังมาเจอกับคนที่ไม่ใช่คนของดินแดนสี่ทิศเช่นนี้อีก”
“นายน้อยเฟิงไปเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้เถอะ มดปลวกเหล่านี้ พวกเราจะจัดการเอง เจ้าต้องรีบลงมือให้เร็วหน่อย พวกเรายังต้องรอกลับไปรายงานพระนางด