้วย!”
เมื่อเห็นสีหน้าดูถูกเหยียดหยามนั้นแล้ว สีหน้าเฟิงอวิ๋นซิวก็เคร่งขรึมลง
นึกไม่ถึงเลยว่านางจะไม่เชื่อใจเขา แถมยังส่งคนอื่นมาอีก ในใจเขารู้สึกสับสนมาก แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้เปล่งเสียงกล่าวอะไร
ตูม! พวกเขาขวางซิงเฉินกับจื่อโยวเอาไว้ ทำให้ทั้งสองไม่มีโอกาสที่จะโจมตีเฟิงอวิ๋นซิวให้สลบ
พลังความแข็งแกร่งถูกยับยั้งเหมือนกัน ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้ห่างชั้นกันมากนัก คิดจะเอาชนะอีกฝ่ายภายในเวลาอันสั้นนั้นไม่มีทางเป็นไปได้!
คนอื่น ๆ ก็เริ่มกวาดล้างกองกำลังที่เหลืออยู่เช่นกัน และตำหนักตงจี๋ก็แข็งแกร่งเพียงพอ กองกำลังอื่นต่อให้ทุ่มอย่างสุดชีวิตก็ไม่สามารถต้านทานได้นาน
สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดพลันเปลี่ยนไป “ตำหนักตงจี๋ส่งคนมามากมายถึงเพียงนี้ แต่หัวหน้าตำหนักของข้ากลับไม่ทำอะไรเลย บัดซบจริง ๆ!”
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีขอรับ?”
“พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนเหล่านั้น ทำได้เพียงแค่วางมือ มองดูเฟิงอวิ๋นซิวเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไป”
เมื่อเห็นเฟิงอวิ๋นซิวเข้าไปใกล้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่บังอาจกล้าเข้าไปขวางก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อย ๆ แล้ว เฟิงอวิ๋นซิวจะสัมผัสกับกระบี่เล่มนั้นก็เพียงแค่รอเวลาแล้ว สีหน้าของมู่เฉียนซีเย็นชาลงเรื่อย ๆ “บัดซบ! คนเหล่านี้โผล่มาขวางทางได้ยังไง ข้าว่า…”