ียงแค่วิญญาณกระบี่แข็งแกร่งมากพอ ต่อไปนางก็มีโอกาสรับมือกับเจ้าพิฆาตวิญญาณได้
เจ้างูน้อยก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของมู่เฉียนซี มันก็เลื้อยกลับเข้าไปในแขนเสื้อนางแต่โดยดี
มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดทางไม่ได้พบกับคนอื่นเลยแม้แต่น้อย และเมื่อเดินไปสุดทางก็เห็นกับสิ่งปลูกสร้างที่ทำมาจากไม้แดง
ทั่วทั้งเมืองเหยียนล้วนแต่ทำมาจากโลหะ ดังนั้นแล้วหอไม้นี้ช่างเป็นอะไรที่หายากมากจริง ๆ
เหนือประตูหอมีป้ายชื่อหอแขวนอยู่
“หอหมื่นกระบี่!”
“หรือว่าจิตวิญญาณกระบี่จะอยู่ในหอหมื่นกระบี่นี้?” มู่เฉียนซีพึมพำเสียงเบา
“ซีเอ๋อร์ จะเข้าไปหรือไม่?” กู้ไป๋อีกล่าวถาม
“ตอนนี้มีเพียงทางเดินเดียวแล้ว ต้องลองเข้าไปดู”
ครั้งนี้ประตูปิดอยู่
เมื่อมู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อีผลักประตูออก ลำแสงสีแดงฉานก็ได้พาพวกเขาไปในอีกมิติหนึ่ง
และตรงหน้าพวกเขาตอนนี้มีหญิงสาวฝาแฝดดวงตาสุกสกาวอยู่คู่หนึ่ง พวกนางมองมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “พวกเราคือผู้พิทักษ์ของหอหมื่นกระบี่ หากต้องการเข้าไปในหอหมื่นกระบี่ก็ต้องผ่านการทดสอบของพวกเราสองพี่น้องเสียก่อน”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “การทดสอบอันใด?”
หญิงสาวอีกคนหนึ่งยิ้มแย้มราวกับบุปผาเบ่งบาน และกล่าวว่า “แน่นอนว่าต้องเอาชนะพวกเราให้ได้”
พวกนางแต่ละคนใช้กระบี่คู่ ไม่นานนักหญิงสาวคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี
แกร๊ง! กระบี่สีเงินครามเล่มหนึ่งกวาดไปที่นาง และหญิงสาวอี