ียนซีก็รู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งได้จับจ้องมาที่ตน
“……”
เป็นดั่งที่คาดเอาไว้ มีเงาร่างสีเหลืองเงาหนึ่งอยู่ไม่ห่างไกลนัก
มู่เฉียนซีตะลึงงัน “หลังจากที่เจ้าจากไปแล้ว คงมิใช่ถูกอินรั่วเฉินเพ่งเล็งเอาหรอกกระมัง! เจ้าไร้ซึ่งหนทางจึงทำได้แต่เพียงหนีมาหาข้า”
“ซู่ ซู่ ซู่…” เจ้าตัวน้อยอยากให้มู่เฉียนซีเดินหน้าไปเป็นอย่างมาก
ถ้าหากว่าไปแล้ว!
“ซิงเฉิน จัดการ!”
ยังไม่ทันรอให้ซิงเฉินที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดลอบโจมตีเพื่อหยุดยั้ง เท้าข้างหนึ่งของเฟิงอวิ๋นซิวก็ได้เหยียบย่างเข้าไปในลำแสงนั้นแล้ว
เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้าไป ราวกับว่าเขามิได้หวั่นกลัวต่ออันตรายที่อยู่ด้านในเลยสักนิด
“เป็นนายน้อยอวิ๋นซิว ช่างมีความกล้านัก!”
“ไม่เสียทีที่นายน้อยอวิ๋นซิวเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในโลกทั้งสี่ทิศ ความกล้าที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวนี้ มิใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถที่จะมีได้”
“……”
ลำแสงสีแดงนั้นได้นำตัวของเฟิงอวิ๋นซิวไป
สีหน้าของมู่เฉียนซีเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก “เฟิงอวิ๋นซิว เจ้ากลัวว่าอายุเจ้าจะยาวไปรึยังไง?”
น่าเสียดายที่เฟิงอวิ๋นซิวนั้นไม่ได้ยินเสียงของมู่เฉียนซีเสียแล้ว จากนั้นไป๋อู๋ห่ายที่ตามเข้าไปกลับหันมามองมู่เฉียนซีอยู่คราหนึ่ง
เด็กสาวผู้นี้มาอีกแล้ว หมิงจีและบุตรสาวถูกนางทำร้ายเสียจนเป็นเช่นนั้น เขาแทบอดไม่ได้ที่จะเอามีดมากรีดแทงนางนับหมื่นพันแผล
แต่ตอนนี้มิใช่เวลาที่จะลงมือ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้นสำคัญน